ทำไมต้องเรียนสำนวนเกี่ยวกับร่างกาย (慣用句 - Kanyoku) ?
เพื่อนๆ รู้ไหมคะว่าภาษาญี่ปุ่นเนี่ย มีสำนวนเปรียบเปรยที่ใช้ส่วนต่างๆ ของร่างกายเยอะมากๆ เลยค่ะ! สำนวนพวกนี้เรียกว่า คันโยกุ (慣用句 - Kanyoku) ซึ่งก็คือการนำคำศัพท์สองคำขึ้นไปมารวมกันจนเกิดเป็นความหมายใหม่ที่ไม่ตรงกับตัวอักษรเดิม ตัวอย่างง่ายๆ เช่น ภาษาไทยเรามีคำว่า "ใจดี" หรือ "มือเบา" ภาษาญี่ปุ่นก็มีสำนวนแบบนี้เช่นกันค่ะ!
ข้อดีของการจำสำนวนเหล่านี้คือ มันจะออกสอบในพาร์ทคำศัพท์และอ่านจับใจความ (Dokkai) ของข้อสอบวัดระดับ JLPT ตั้งแต่ระดับ N3 ขึ้นไปบ่อยมากๆ ค่ะ! ถ้าเราแปลตรงตัว เช่น แปลว่า "ไม่มีตา" หรือ "หูเจ็บ" เราจะงงทันทีและทำข้อสอบไม่ได้ ดังนั้น วันนี้พวกเรา YUI เซนเซ และ YUTO เซนเซ จะพาทุกคนไปตะลุยสำนวนร่างกายยอดฮิตกว่า 20 สำนวนกันแบบหมดเปลือกเลยค่ะ!
1. สำนวนเกี่ยวกับ "ตา" (目 - め)
ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ภาษาญี่ปุ่นก็เอาตามาทำเป็นสำนวนที่ใช้บอกความรู้สึกภายในหรือปฏิกิริยาต่อสิ่งต่างๆ รอบตัวมากมายค่ะ มาดูกันเลย!
目がない (me ga nai)
ความหมายตามตัวอักษร: ไม่มีตา
ความหมายสำนวน: ชอบสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากๆ จนห้ามใจไม่อยู่ หรือไม่มีความสามารถในการแยกแยะเพราะความชอบบังตา (คล้ายคำว่า คลั่งไคล้ หรือหลงใหลมากๆ)
彼女は甘いものに目がない。
(kanojo wa amai mono ni me ga nai)
คำแปล: เธอชอบของหวานมากๆ (เห็นของหวานเป็นต้องวิ่งเข้าใส่)
目を丸くする (me wo maruku suru)
ความหมายตามตัวอักษร: ทำตาให้กลม
ความหมายสำนวน: เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ประหลาดใจ หรือคาดไม่ถึง คล้ายกับคำว่า "ตาโต" หรือ "ทำตาโตเท่าไข่ห่าน" ในภาษาไทยค่ะ
突然ทําเซอร์ไพรส์วันเกิดทำให้เขา目を丸くした。
(totsuzen surupraise tanjoubi de kare wa me wo maruku shita)
คำแปล: การทำเซอร์ไพรส์วันเกิดอย่างกะทันหันทำให้เขาตกใจจนตาโต
目に浮かぶ (me ni ukabu)
ความหมายตามตัวอักษร: ลอยขึ้นมาในดวงตา
ความหมายสำนวน: นึกภาพออกอย่างชัดเจน หรือภาพความทรงจำย้อนกลับเข้ามาในหัวเหมือนมาปรากฏอยู่ตรงหน้า
故郷の景色がありありと目に浮かぶ。
(kokyou no keshiki ga ariari to me ni ukabu)
คำแปล: ภาพทิวทัศน์ของบ้านเกิดลอยเด่นขึ้นมาในใจอย่างชัดเจน
目を疑う (me wo utagau)
ความหมายตามตัวอักษร: สงสัยในดวงตาตัวเอง
ความหมายสำนวน: ไม่เชื่อสายตาตัวเอง เพราะสิ่งที่เห็นมันเหลือเชื่อหรือแปลกประหลาดมากเกินไป
テストの満点を見て、自分の目を疑った。
(test no manten wo mite, jibun no me wo utagatta)
คำแปล: พอมองเห็นคะแนนเต็มของข้อสอบ ฉันก็แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
目が回る (me ga mawaru)
ความหมายตามตัวอักษร: ตาหมุน
ความหมายสำนวน: ยุ่งมากจนหัวหมุน ทำอะไรไม่ถูก หรือมีงานล้นมือจนแทบไม่มีเวลาหายใจ
最近は目が回る忙しさだ。
(saikin wa me ga mawaru isogashisa da)
คำแปล: ช่วงนี้ยุ่งจนหัวหมุนเลยทีเดียว
2. สำนวนเกี่ยวกับ "หู" (耳 - みみ)
เรื่องที่ได้ยิน ข้อมูลต่างๆ หรือปฏิกิริยาจากการรับฟัง มักจะผูกโยงกับสำนวนหู (耳) ค่ะ มีคำสำคัญๆ ที่คนญี่ปุ่นชอบพูดและออกสอบบ่อยดังนี้ค่ะ
耳を疑う (mimi wo utagau)
ความหมายตามตัวอักษร: สงสัยในหูตัวเอง
ความหมายสำนวน: ไม่เชื่อหูตัวเอง ตกใจและไม่อยากเชื่อว่าข่าวคราวหรือคำพูดที่ได้ยินจะเป็นเรื่องจริง
彼が会社を辞めると聞いて、耳を疑った。
(kare ga kaisha wo yameru to kiite, mimi wo utagatta)
คำแปล: พอได้ยินว่าเขาจะลาออกจากบริษัท ฉันก็แทบไม่เชื่อหูตัวเอง
耳を傾ける (mimi wo katamukeru)
ความหมายตามตัวอักษร: เอียงหูเข้าหา
ความหมายสำนวน: ตั้งใจฟังอย่างจริงใจ รับฟังความคิดเห็นหรือปัญหาของคนอื่นอย่างตั้งใจ
リーダーは部下の意見に耳を傾けるべきだ。
(leader wa buka no iken ni mimi wo katamukeru beki da)
คำแปล: ผู้นำควรจะตั้งใจรับฟังความคิดเห็นของลูกน้อง
耳が痛い (mimi ga itai)
ความหมายตามตัวอักษร: เจ็บหู
ความหมายสำนวน: ได้ยินเสียงวิจารณ์ คำแนะนำ หรือความจริงที่แทงใจดำจนรู้สึกอึดอัดใจที่จะฟัง (แต่ก็เป็นเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้)
母の小言はいつも耳が痛い。
(haha no kogoto wa itsumo mimi ga itai)
คำแปล: คำบ่นของแม่มักจะฟังดูแทงใจดำฉันเสมอ
耳にする (mimi ni suru)
ความหมายตามตัวอักษร: เอามาไว้ที่หู
ความหมายสำนวน: ได้ยินมาโดยบังเอิญ หรือได้ยินข่าวคราวผ่านมาเข้าหู
新しいお店の噂を耳にした。
(atarashii omise no uwasa wo mimi ni shita)
คำแปล: ฉันได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับร้านค้าแห่งใหม่มาเข้าหูโดยบังเอิญ
耳にたこができる (mimi ni tako ga dekiru)
ความหมายตามตัวอักษร: เกิดตาปลาขึ้นที่หู
ความหมายสำนวน: ได้ยินคำบ่น คำเตือน หรือเรื่องเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเบื่อและเอือมระอา (เปรียบเปรยเหมือนฟังจนหูจะด้านหนาขึ้นมาเป็นตาปลาเลยค่ะ)
「勉強しなさい」と言われすぎて、耳にたこができた。
(benkyou shinasai to iware sugite, mimi ni tako ga dekita)
คำแปล: โดนบอกให้เรียนหนังสือบ่อยเกินไปจนหูชา/ฟังจนเอือมระอาไปหมดแล้ว
3. สำนวนเกี่ยวกับ "ปาก" (口 - くち)
ปากเกี่ยวข้องกับการพูดจาและการกินค่ะ ในแง่การสื่อสาร สำนวนเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือและการรักษาความลับถือเป็นไฮไลท์ของข้อสอบ JLPT เลยล่ะค่ะ!
口が軽い (kuchi ga karui)
ความหมายตามตัวอักษร: ปากเบา
ความหมายสำนวน: ปากโป้ง เก็บความลับไม่อยู่ มีเรื่องอะไรก็ชอบเอาไปเล่าให้คนอื่นฟังอย่างรวดเร็ว
彼は口が軽いから、秘密を話してはいけない。
(kare wa kuchi ga karui kara, himitsu wo hanashite wa ikenai)
คำแปล: เขาเป็นคนปากโป้ง เพราะฉะนั้นห้ามบอกความลับเด็ดขาด
口が堅い (kuchi ga katai)
ความหมายตามตัวอักษร: ปากแข็ง/ปากแน่น
ความหมายสำนวน: เก็บความลับได้ดี เชื่อถือได้ ไม่ยอมเอาเรื่องของผู้อื่นไปแพร่งพราย
彼女は口が堅いので、信頼できる。
(kanojo wa kuchi ga katai node, shinrai dekiru)
คำแปล: เธอเป็นคนเก็บความลับเก่ง ดังนั้นจึงไว้ใจได้
口を出す (kuchi wo dasu)
ความหมายตามตัวอักษร: ยื่นปากออกไป
ความหมายสำนวน: พูดสอด แส่เรื่องชาวบ้าน หรือเข้าไปก้าวก่าย แทรกแซงในบทสนทนาหรือเรื่องที่ตนไม่มีหน้าที่รับผิดชอบ
他人の喧嘩に口を出さないほうがいい。
(tanin no kenka ni kuchi wo dasanai hou ga ii)
คำแปล: ไม่ควรเข้าไปพูดสอดในการทะเลาะเบาะแว้งของคนอื่น
口が滑る (kuchi ga saberu)
ความหมายตามตัวอักษร: ปากลื่น
ความหมายสำนวน: หลุดปาก เผลอพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ (เช่น เรื่องที่เป็นความลับ หรือคำพูดทำร้ายจิตใจ)
うっかり口が滑って、本当のことを言ってしまった。
(ukkari kuchi ga subette, hontou no koto wo itte shimatta)
คำแปล: ฉันเผลอหลุดปากพูดความจริงออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจจนได้
口に合う (kuchi ni au)
ความหมายตามตัวอักษร: เข้ากับปาก
ความหมายสำนวน: ถูกปาก รสชาติอาหารเป็นที่พึงพอใจ มักใช้คู่กับคำถามอย่างสุภาพยามทำอาหารให้ผู้อื่นทานค่ะ
この日本の料理は、お口に合いますか?
(kono nihon no ryouri wa, o kuchi ni aimasu ka?)
คำแปล: อาหารญี่ปุ่นจานนี้ถูกปากของคุณบ้างไหมครับ/ค่ะ?
4. สำนวนเกี่ยวกับ "มือ" (手 - て)
"มือ" คือสิ่งที่เราใช้ทำงานและจัดการสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน สำนวนเกี่ยวกับ "มือ" ในภาษาญี่ปุ่นจึงเกี่ยวข้องกับกำลังคน ความสามารถ ความรับผิดชอบ และการช่วยเหลือค่ะ
手が足りない (te ga tarinai)
ความหมายตามตัวอักษร: มือไม่พอ
ความหมายสำนวน: ขาดแคลนกำลังคน งานเยอะแต่คนทำน้อยเกินไป ต้องการแรงงานเสริมด่วนๆ ค่ะ
引越しの準備で手が足りない。
(hikkoshi no junbi de te ga tarinai)
คำแปล: ขาดคนช่วยเตรียมงานย้ายบ้านอย่างมาก
手が出ない (te ga denai)
ความหมายตามตัวอักษร: ยื่นมือไปไม่ถึง
ความหมายสำนวน: สู้ราคาไม่ไหว แพงเกินไปเอื้อมไม่ถึง หรือเป็นปัญหาที่ยากเกินความสามารถที่จะแก้ได้
高価なブランドバッグには手が出ない。
(kouka na brand bag ni wa te ga denai)
คำแปล: กระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงชิ้นนั้น ฉันเอื้อมไม่ถึงจริงๆ (สู้ราคาไม่ไหว)
手を貸す (te wo kasu)
ความหมายตามตัวอักษร: ให้ยืมมือ
ความหมายสำนวน: ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ช่วยทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เบาแรงลง
忙しそうだから、少し手を貸しましょうか?
(isogashisou da kara, sukoshi te wo kashimashou ka?)
คำแปล: ดูยุ่งๆ อยู่ ให้ฉันช่วยยื่นมือเข้าไปช่วยหน่อยไหมครับ/ค่ะ?
手を抜く (te wo nuku)
ความหมายตามตัวอักษร: ถอนมือออก
ความหมายสำนวน: ทำงานแบบขอไปที ทำงานลวกๆ อู้งาน หรือไม่ตั้งใจทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถเพื่อลดเวลาหรือแรงงานลง
仕事で手を抜くと、あとで困ることになる。
(shigoto de te wo nuku to, ato de komaru koto ni naru)
คำแปล: ถ้าอู้งานหรือทำแบบขอไปที ต่อไปจะลำบากในภายหลัง
手に余る (te ni amaru)
ความหมายตามตัวอักษร: ล้นมือเหลือเกือบหมด
ความหมายสำนวน: เกินความสามารถที่จะจัดการได้ หรือยากลำบากเกินกว่ากำลังของตัวเองจะรับมือไหว
この難しい仕事は、私の手に余る。
(kono muzukashii shigoto wa, watashi no te ni amaru)
คำแปล: งานที่ยากลำบากชิ้นนี้ เกินกำลังของฉันที่จะจัดการไหว
5. สำนวนเกี่ยวกับ "เท้า" (足 - あし)
เท้าหมายถึงการเดินทางและการเคลื่อนที่ค่ะ สำนวนเท้า (足) มักใช้แสดงทิศทาง ความเหนื่อยล้า หรือมีผลกระทบด้านลบต่อการก้าวหน้าของผู้อื่นค่ะ
足を引っ張る (ashi wo hipparu)
ความหมายตามตัวอักษร: ดึงเท้าไว้
ความหมายสำนวน: ถ่วงความเจริญของกลุ่ม ขัดขวางไม่ให้งานคืบหน้า หรือคอยขัดแข้งขัดขาทำให้เพื่อนร่วมทีมทำงานลำบาก
ミスをしてチームの足を引っ張ってしまった。
(miss wo shite team no ashi wo hippatte shimatta)
คำแปล: ฉันทำผิดพลาดจนกลายเป็นตัวถ่วงเพื่อนๆ ร่วมทีมไปเสียแล้ว
足が棒になる (ashi ga bou ni naru)
ความหมายตามตัวอักษร: ขากลายเป็นไม้พลอง
ความหมายสำนวน: เมื่อยขามากๆ ขาล้าจนตึงแข็งเหมือนท่อนไม้เนื่องจากเดินหรือยืนเป็นเวลานานเกินไป
一日中歩き回って、足が棒になった。
(ichinichijuu arukimawatte, ashi ga bou ni natta)
คำแปล: เดินเที่ยวตลอดทั้งวันจนขาล้าแข็งไปหมดแล้ว
足が向く (ashi ga muku)
ความหมายตามตัวอักษร: เท้าหันไปทาง...
ความหมายสำนวน: เผลอเดินไปทางนั้นโดยไม่รู้ตัว หรือมีความรู้สึกอยากก้าวเดินไปหาที่ที่คุ้นเคย
仕事帰りに、いつも本屋へ足が向く。
(shigotogaeri ni, itsumo honya e ashi ga muku)
คำแปล: ขากลับจากทำงาน ขาของฉันมักจะก้าวไปทางร้านหนังสือโดยอัตโนมัติเสมอ
คำแนะนำพิเศษจาก YUI เซนเซ
การจำสำนวนร่างกาย (Kanyoku) อย่าใช้วิธีจำแบบเดี่ยวๆ น้า! ให้ลองจิตนาการภาพเปรียบเปรยดูค่ะ เช่น 耳が痛い (เจ็บหู) ก็ให้จินตนาการว่า มีคนมาพูดความจริงที่เราทำผิดพลาดแล้วมันแทงใจดำจนเหมือนหูเราเจ็บปวดขึ้นมาจริงๆ หรือ 口が軽い (ปากเบา) ก็ให้คิดภาพว่าปากมันปลิวไปปลิวมาจนเผยความลับออกมาได้ง่ายดาย วิธีลิงก์ภาพกับความรู้สึกจะช่วยให้จำแม่นขึ้นเยอะเลยค่ะ!
คำแนะนำพิเศษจาก YUTO เซนเซ
ในข้อสอบวัดระดับ JLPT N3-N1 มักจะมีคำถามประเภทเติมคำในช่องว่างที่เอาสำนวนร่างกายพวกนี้ไปหลอกครับ จุดที่ควรระวังมากๆ คือ "คำช่วย" ที่ใช้ร่วมกับสำนวนนั้นๆ ครับ เช่น 甘いもの「に」目がない ใช้คำช่วย に (ni) เสมอ หรือ チーム「の」足を引っ張る ต้องจับคู่คำศัพท์และคำช่วยให้ถูกต้องตามความคุ้นเคยด้วยครับ การอ่านประโยคตัวอย่างบ่อยๆ จะช่วยให้หูเราจำเสียงคำช่วยที่เข้ากันได้ดีที่สุดครับ!
คลังศัพท์เสียงอ่านสำนวนร่างกาย (Kanyoku Vocab Grid)
* คลิกปุ่มสีเหลือง 🔊 เพื่อฟังเสียงอ่านจากเซนเซสำเนียงญี่ปุ่นแท้ๆ ได้ทันทีเลยนะคะ!
ลองอ่านคำถามแล้วเลือกคำตอบที่คิดว่าถูกต้องที่สุดนะคะ!
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) - เคลียร์จุดสงสัยสำนวนร่างกาย
イケメンに目がない (ikemen ni me ga nai - แพ้ทางคนหล่ออย่างมาก) หรือ 赤ちゃんに目がない (akachan ni me ga nai - หลงเด็กทารกมากๆ) ถือเป็นการบอกว่าตัวเราไม่มีภูมิต้านทานความชอบต่อสิ่งเหล่านั้นนั่นเองค่ะ น่ารักและเป็นธรรมชาติมากๆ เลยค่ะ!
聞く (kiku) คือการ "ฟัง" หรือ "ได้ยิน" ทั่วไปโดยไม่เจาะจงความรู้สึกในแง่วิธีการครับ แต่การใช้สำนวน 耳にする (mimi ni suru) จะมีความหมายแฝงว่า ข้อมูลนั้นลอยมาเข้าหูเรา "โดยไม่ตั้งใจและไม่รู้ตัวมาก่อน" เช่น ได้ยินเพื่อนคุยกันแถวนั้น หรือได้ยินข่าวลือจากสื่อโทรทัศน์อย่างไม่ได้ตั้งใจเปิดหาครับ จะให้ความรู้สึกมีชั้นเชิงและเป็นธรรมชาติในการสนทนาสูงขึ้นครับ
手が出ない แปลว่าสู้ราคาไม่ไหวหรือเกินกำลังใช่ไหมครับ พอผันเป็นรูปบอกเล่าคือ 手が出る (te ga deru) จะมีความหมายว่า "พอสู้ราคาไหว" หรืออยู่ในกำลังทรัพย์ที่เราจะสามารถหามาครอบครองได้ครับ เช่น 安くなって、ようやく手が出る価格になった (yasuku natte, youyaku te ga deru kakaku ni natta - ราคาถูกลงแล้ว ในที่สุดก็เป็นราคาที่พอสู้ไหว/เอื้อมถึงเสียที) ครับ