คำเชื่อม (接続詞 - Setsuzokushi) สำคัญอย่างไรในภาษาญี่ปุ่น ?
สวัสดีค่ะเพื่อนๆ! เวลาเราพูดหรือเขียนภาษาญี่ปุ่น เคยรู้สึกไหมคะว่าถ้าเราวางประโยคเรียงกันธรรมดาๆ มันจะดูแห้งและทื่อเกินไป? เช่น "วันนี้ฝนตก ฉันไม่ได้ไปโรงเรียน ฉันเหงามาก" การเชื่อมประโยคแบบนี้ทำให้ผู้ฟังรู้สึกติดขัดค่ะ แต่ถ้าเราใส่ คำเชื่อม (接続詞 - Setsuzokushi) เข้าไป เช่น "วันนี้ฝนตก ดังนั้นฉันจึงไม่ได้ไปโรงเรียน และด้วยเหตุนั้นฉันเลยเหงามาก" ประโยคจะไหลลื่นเป็นธรรมชาติขึ้นทันทีเลยค่ะ!
ยิ่งไปกว่านั้น ในข้อสอบ JLPT พาร์ทการอ่าน (読解 - Dokkai) คำเชื่อมถือเป็น "คีย์เวิร์ดบอกทิศทาง" ของเนื้อหาทั้งหมดเลยล่ะค่ะ! ตัวอย่างเช่น ถ้าเราเจอคำเชื่อมบอกความขัดแย้งอย่าง しかし (แต่ว่า) เราจะรู้ทันทีว่าสิ่งที่ผู้เขียนต้องการเน้นย้ำที่สุดมักจะอยู่หลังคำนี้ค่ะ ดังนั้น การทำความเข้าใจประเภทและวิธีใช้คำเชื่อมจึงเหมือนได้อาวุธสำคัญที่จะทำให้ผ่านด่านข้อสอบยากๆ ได้อย่างสบายใจเลยค่ะ!
1. คำเชื่อมบอก "เหตุผล / ผลลัพธ์" (順接 - Junsetsu)
เป็นคำเชื่อมที่ประโยคด้านหลังจะบอก "ผลลัพธ์" หรือประโยคด้านหลังบอก "สาเหตุ" จากประโยคด้านแรกค่ะ
だから (dakara) / ですから (desukara)
ความหมาย: ดังนั้น / เพราะฉะนั้น
วิธีใช้: ใช้เชื่อมเมื่อประโยคหลังเป็นผลลัพธ์ที่เป็นธรรมดาหรือการตัดสินใจของผู้พูดจากประโยคแรก มักใช้ในระดับภาษากลางๆ หรือภาษาพูดทั่วไปค่ะ
台風が来ています。だから、外出を控えてください。
(taifu ga kite imasu. dakara, gaishutsu wo hikaete kudasai)
คำแปล: พายุไต้ฝุ่นกำลังมา ดังนั้นกรุณาหลีกเลี่ยงการออกไปข้างนอกนะครับ/ค่ะ
したがって (shitagatte)
ความหมาย: ดังนั้น / ด้วยเหตุนี้ (เป็นทางการมาก)
วิธีใช้: พบบ่อยในเอกสารราชการ ข้อสอบอ่าน Dokkai ระดับสูง หรือรายงานวิชาการ เพื่อสรุปความสัมพันธ์ของเหตุผลและผลลัพธ์อย่างเป็นตรรกะค่ะ
本製品は壊れやすい。したがって、取り扱いには注意が必要だ。
(honseihin wa kowareyasui. shitagatte, toriatsukai ni wa chuui ga hitsuyou da)
คำแปล: ผลิตภัณฑ์นี้ชำรุดเสียหายได้ง่าย ด้วยเหตุนี้จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้งาน
なぜなら (nazenara)
ความหมาย: เพราะว่า / ทั้งนี้เป็นเพราะว่า
วิธีใช้: บอกผลลัพธ์ในประโยคแรกก่อน แล้วค่อยเปิดประโยคสองด้วย なぜなら เพื่อแจ้งสาเหตุอย่างเจาะลึก มักลงท้ายด้วย 〜からだ (karada) เสมอค่ะ
私は日本語を勉強しています。なぜなら、日本で働きたいからだ。
(watashi wa nihongo wo benkyou shite imasu. nazenara, nihon de hatarakitai karada)
คำแปล: ฉันกำลังศึกษาภาษาญี่ปุ่น ทั้งนี้เป็นเพราะว่าฉันอยากทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง
2. คำเชื่อมบอก "ความขัดแย้ง / หักมุม" (逆接 - Gyakusetsu)
ใช้แสดงว่าประโยคหลังมีเนื้อหาขัดแย้ง ไม่สอดคล้อง หรือตรงข้ามกับสิ่งที่เราคาดเดาจากประโยคแรกค่ะ ส่วนนี้สำคัญสุดๆ ในการอ่านจับใจความค่ะ!
しかし (shikashi) / だが (daga)
ความหมาย: แต่ทว่า / อย่างไรก็ตาม
วิธีใช้: เชื่อมข้อความขัดแย้งที่เป็นทางการ มักใช้ในงานเขียนหรือข้อสอบอย่างแพร่หลายเพื่อเปิดเผยข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่งค่ะ
一生懸命勉強した。しかし、不合格だった。
(isshoukenmei benkyou shita. shikashi, fugoukaku datta)
คำแปล: เรียนหนังสืออย่างขยันขันแข็ง แต่ทว่าผลสอบกลับไม่ผ่าน
それでも (soredemo)
ความหมาย: แม้จะเป็นอย่างนั้นก็ตาม / ถึงกระนั้น
วิธีใช้: ใช้ในสถานการณ์ที่แม้ประโยคแรกจะเกิดขึ้นแล้ว แต่ประโยคหลังก็ยังทำตัวตรงข้ามหรือดึงดันดำเนินต่อไปอยู่ดีค่ะ
雨が強く降っている。それでも、彼らはテニスを続けている。
(ame ga tsuyoku futte iru. soredemo, karera wa tennis wo tsudukete iru)
คำแปล: ฝนกำลังตกหนักอย่างมาก ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังคงเล่นเทนนิสต่อไป
ところが (tokoroga)
ความหมาย: แต่กลับปรากฏว่า... (หักมุมแบบเซอร์ไพรส์)
วิธีใช้: ประโยคหลังเป็นผลลัพธ์ที่เป็นการหักมุม นอกเหนือจากความคาดหมายอย่างสิ้นเชิง และสร้างความตกใจให้ผู้พูดค่ะ
晴れると思って傘を持たなかった。ところが、大雨が降ってきた。
(hareru to omotte kasa wo motanakatta. tokoroga, ooame ga futte kita)
คำแปล: คิดว่าท้องฟ้าจะปลอดโปร่งเลยไม่ได้พกร่มมาด้วย แต่กลับปรากฏว่าฝนตกลงมาห่าใหญ่
3. คำเชื่อมบอก "การเสริมข้อมูล / เพิ่มเติม" (累加 - Ruika)
ใช้เมื่อเรามีประเด็นสองเรื่องขึ้นไปที่ไปในทิศทางเดียวกัน และต้องการเพิ่มน้ำหนักข้อมูลความสำคัญของเรื่องเข้าไปอีกค่ะ
そして (soshite)
ความหมาย: และ / แล้วก็
วิธีใช้: ใช้บอกข้อมูลเพิ่มเติมที่เชื่อมต่อกันอย่างเป็นธรรมชาติ หรือใช้เรียงลำดับการกระทำก่อนหลังค่ะ
東京へ行きました。そして、友達に会いました。
(tokyo e ikimashita. soshite, tomodachi ni aimashita)
คำแปล: ฉันเดินทางไปโตเกียว แล้วก็ได้พบเจอกับเพื่อนๆ ค่ะ
それに (soreni) / そのうえ (sono ue)
ความหมาย: ยิ่งไปกว่านั้น / แถมยังมี...อีกด้วย
วิธีใช้: ใช้พูดเสริมเพื่อโน้มน้าวใจหรือแสดงเหตุผลทับถมลงไปว่า มีแต่เรื่องดีๆ หรือเรื่องร้ายๆ สะสมต่อเนื่องกันค่ะ
この店は安いです。それに、とても美味しいです。
(kono mise wa yasui desu. soreni, tomodachi mo oishii desu)
คำแปล: ร้านนี้ราคาประหยัดมาก ยิ่งไปกว่านั้นยังอร่อยสุดๆ เลยล่ะค่ะ!
4. คำเชื่อมบอก "การเปรียบเทียบ / เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง" (対比・選択)
เป็นคำเชื่อมที่ต้องการให้ผู้ฟังตัดสินใจเลือกข้อใดข้อหนึ่ง หรือบอกข้อมูลเพื่อทำการเปรียบเทียบความต่างระหว่างสองอย่างค่ะ
それとも (soretemo)
ความหมาย: หรือว่า / หรือจะเลือก...ดี
วิธีใช้: เชื่อมโยงคำถามสองประโยค เพื่อให้คู่สนทนาเลือกตัวเลือกใดตัวเลือกหนึ่ง มักใช้ในประโยคคำถามเสมอค่ะ
紅茶にしますか?それとも、コーヒーにしますか?
(koucha ni shimasu ka? soretemo, ko-hi- ni shimasu ka?)
คำแปล: จะรับเป็นชาฝรั่ง หรือว่าจะรับเป็นกาแฟดีคะ/ครับ?
または (matawa) / あるいは (aruiwa)
ความหมาย: หรือ / หรือไม่ก็
วิธีใช้: ใช้ในประโยคบอกเล่าที่เป็นทางการเพื่อแจ้งข้อเสนอแนะในการปฏิบัติ หรือชี้เงื่อนไขของตัวเลือกในการยื่นคำร้องค่ะ
書類は郵送、หรือメールで送付してください。
(shorui wa yuusou, matawa mail de soufu shite kudasai)
คำแปล: กรุณาส่งเอกสารทางไปรษณีย์ หรือไม่ก็ส่งทางอีเมลก็ได้ค่ะ
5. คำเชื่อมบอก "การเปลี่ยนหัวข้อสนทนา" (転換 - Tenkan)
เมื่อคุยเรื่องหนึ่งอยู่ แล้วต้องการตัดบทเพื่อพูดเรื่องใหม่ที่เป็นคนละประเด็นกัน การใช้คำเชื่อมกลุ่มนี้จะช่วยให้บทสนทนาดูละมุนละไมและราบรื่นขึ้นค่ะ!
ところで (tokorode)
ความหมาย: ว่าแต่ว่า / จริงสิ...
วิธีใช้: คำเปลี่ยนเรื่องสุดคลาสสิก ใช้ดึงสติคู่สนทนาออกไปคุยหัวข้ออื่นๆ โดยสิ้นเชิงค่ะ
仕事の話はこれで終わりです。ところで、週末の予定は?
(shigoto no hanashi wa kore de owari desu. tokorode, shuumatsu no yotei wa?)
คำแปล: เรื่องงานคุยจบเท่านี้ค่ะ ว่าแต่ว่า วันหยุดสุดสัปดาห์นี้มีแพลนไปไหนไหมคะ?
さて (sate)
ความหมาย: เอาล่ะ / และขั้นตอนต่อไปก็คือ...
วิธีใช้: ใช้ขึ้นต้นบทเรียน หัวข้อข่าว หรือเปิดการประชุมเพื่อเข้าสู่ประเด็นถัดไปอย่างพร้อมเพรียงกันค่ะ
前回の復習は以上です。さて、本日の講義に入りましょう。
(zenkai no fukushuu wa ijou desu. sate, honjitsu no kougi ni hairimashou)
คำแปล: การทบทวนครั้งก่อนจบลงเท่านี้ครับ เอาล่ะ เรามาเริ่มบทบรรยายของวันนี้กันเถอะครับ
คำแนะนำพิเศษจาก YUI เซนเซ
คำว่า しかし (shikashi) และ でも (demo) แม้จะแปลว่า "แต่" เหมือนกัน แต่ระดับความสุภาพต่างกันเยอะเลยนะคะ! でも นิยมใช้พูดคุยกับเพื่อนๆ หรือคนในครอบครัว ถ้าพูดทางการแบบติดต่อธุรกิจหรือในข้อสอบจับเวลาเขียน Rirekisho แนะนำให้ใช้ しかし หรือ けれども จะฟังดูเป็นมืออาชีพและสุภาพขึ้นเยอะเลยล่ะค่ะ!
คำแนะนำพิเศษจาก YUTO เซนเซ
ในบทความสอบ Dokkai ของ JLPT N3-N2 มักจะมีโจทย์คำถามเติมช่องว่างตรงคำเชื่อมบ่อยสุดๆ ครับ! ทริคลัดของผมคือ "ให้อ่านประโยคก่อนหน้า และประโยคหลังอย่างรวดเร็วเพื่อเทียบความสัมพันธ์" ครับ ถ้ามันไหลไปในทางบวกบวก ก็มองหาพวกคำเชื่อมเสริมข้อมูล (そして, さらに) แต่ถ้ามันกลับทิศจากบวกไปลบ ลบไปบวก ก็ให้เดาคำขัดแย้ง (しかし, ところが) ไว้ก่อนเลยครับ!
คลังคำเชื่อมเสียงอ่าน (Setsuzokushi Vocab Grid)
* คลิกปุ่มสีม่วง 🔊 เพื่อฟังเสียงอ่านจากเซนเซได้เลยนะคะ!
เลือกคำเชื่อมเติมในช่องว่างที่ถูกต้องที่สุดนะคะ!
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) - ไขข้อข้องใจคำเชื่อม
したがって เป็นคำเชื่อมทางตรรกศาสตร์ที่มีความน่าเชื่อถือทางวิชาการและมีความสุภาพเป็นทางการสูงสุดครับ ในขณะที่ だから เป็นภาษาพูดหรือภาษาในชีวิตประจำวันทั่วไปที่ฟังดูเป็นเรื่องส่วนตัวและการตัดสินใจส่วนบุคคลมากกว่าครับ ข่าวญี่ปุ่นต้องการสื่อสารข้อมูลที่น่าเชื่อถือและเป็นกลาง จึงหลีกเลี่ยงการใช้ だから ในการรายงานนั่นเองครับ
しかし มักใช้ขัดแย้งประโยคเพื่อเน้นทัศนะความคิดเห็นหรือมุมมองที่ผู้เขียนอยากจะอธิบายเสนอแนะต่อไป ส่วน だが มักใช้ในการเขียนรายงานเชิงอภิปรายเปรียบเทียบข้อมูลดิบสองฝั่ง เพื่อแสดงผลลัพธ์ที่เป็นความจริงตรงข้ามกันอย่างชัดเจนค่ะ
ところで คือการ "เปลี่ยนไปคุยเรื่องใหม่เลย" ส่วน ちなみに (chinamini - อนึ่ง/อนึ่งเพิ่มเติม) คือการเพิ่มข้อมูลปลีกย่อยที่ "ยังคงมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องเดิมอยู่" ครับ เช่น พูดคุยถึงเรื่องสถิติยอดขาย แล้วแอบบอกข้อมูลเสริมเล็กๆ น้อยๆ ว่าลูกค้าผู้หญิงชอบซื้อสินค้าชิ้นนี้มากกว่า เป็นการเพิ่มเติมเรื่องไม่สำคัญแต่เชื่อมโยงกันครับ