ทำไมผู้เรียนคนไทยต้องรู้เรื่อง "โคโซอาโดะ" (Ko-So-A-Do)?
เคยเจอปัญหาไหมคะเวลาไปเที่ยวญี่ปุ่นหรือคุยกับเพื่อนชาวญี่ปุ่นแล้วไม่รู้จะเลือกใช้คำไหนดีระหว่าง **これ (kore)**, **それ (sore)** หรือ **あれ (are)**? แม้ว่าภาษาไทยจะมีคำแปลที่ดูสอดคล้องอย่าง "นี่, นั่น, โน่น" แต่ในความเป็นจริงแล้ว เกณฑ์การตัดสินใจเลือกใช้คำชี้เฉพาะในภาษาญี่ปุ่นมีรายละเอียดและความซับซ้อนมากกว่าภาษาไทยค่ะ
ในภาษาญี่ปุ่น เราเรียกคำศัพท์กลุ่มนี้รวมกันว่า "โคโซอาโดะ" (こそあど言葉) ซึ่งย่อมาจากพยางค์หน้าของแต่ละกลุ่มคำ ได้แก่ こ (Ko - ใกล้ตัวฉัน), そ (So - ใกล้ตัวเธอ), あ (A - ไกลตัวเราทั้งคู่) และ ど (Do - ไหน/คำถาม) คำเหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญของการระบุสิ่งของ สถานที่ และทิศทางในการสนทนาชีวิตประจำวัน และมักจะออกข้อสอบในข้อสอบวัดระดับ JLPT ตั้งแต่ระดับเริ่มต้น N5 ไปจนถึงระดับกลาง N3 เสมอ หากเราเข้าใจหลักคิดพื้นฐานที่คนญี่ปุ่นใช้แยกแยะระยะทาง เราจะสามารถแต่งประโยคและพูดได้อย่างไหลลื่นโดยไม่ต้องหยุดคิดแปลตรงตัวในหัวเลยค่ะ
คำแนะนำแสนน่ารักจาก YUI เซนเซ
ยุยเข้าใจเลยค่ะว่า แรกๆ พวกเรามักจะเผลอเอาความรู้สึกระยะทางแบบคนไทยไปใช้ เช่น คิดว่า "โน่น" ต้องเป็น あれ เสมอ แต่จริงๆ แล้วบางครั้งคนญี่ปุ่นอาจจะมองเป็น それ ก็ได้นะ! ในบทความนี้ ยุยกับยูโตะคุงจะพาทุกคนไปเจาะลึกกันว่าแต่ละกลุ่มใช้ยังไงแบบละเอียดและเข้าใจง่ายที่สุดค่ะ รับรองอ่านจบปุ๊บ ใช้เป็นปั๊บแน่นอนค่า!
ส่วนที่ 1: ตารางสรุปภาพรวมคำชี้เฉพาะกลุ่ม Ko-So-A-Do ทั้ง 4 รูปแบบ
ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกรายละเอียด มาดูภาพรวมการจัดกลุ่มของคลังคำเหล่านี้กันก่อนนะคะ โครงสร้างคำชี้เฉพาะภาษาญี่ปุ่นสามารถแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบหลักๆ ตามหน้าที่ของคำทางไวยากรณ์ ดังนี้ค่ะ:
| ประเภทไวยากรณ์ | こ (Ko) - ใกล้ผู้พูด | そ (So) - ใกล้ผู้ฟัง | あ (A) - ไกลทั้งสองฝ่าย | ど (Do) - คำถาม (อันไหน/ไหน) |
|---|---|---|---|---|
| คำสรรพนาม (ชี้สิ่งของ) ใช้แทนคำนามได้เลย |
これ (Kore) อันนี้/สิ่งนี้ |
それ (Sore) อันนั้น/สิ่งนั้น |
あれ (Are) อันโน้น/สิ่งโน้น |
どれ (Dore) อันไหน |
| คำขยาย (วางหน้าคำนาม) ต้องมีคำนามต่อท้ายเสมอ |
この... (Kono...) ...นี้ (เช่น คนนี้) |
その... (Sono...) ...นั้น (เช่น รถคันนั้น) |
あの... (Ano...) ...โน้น (เช่น ร้านโน้น) |
どの... (Dono...) ...ไหน (เช่น คนไหน) |
| คำชี้สถานที่ ใช้บอกพิกัด/ตำแหน่ง |
ここ (Koko) ที่นี่/ตรงนี้ |
そこ (Soko) ที่นั่น/ตรงนั้น |
あそこ (Asoko) ที่โน่น/ตรงโน้น |
どこ (Doko) ที่ไหน |
| ทิศทาง / สุภาพ ใช้บอกทิศหรืออ้างอิงคน/สถานที่ |
こちら (Kochira) ทางนี้/ฝั่งนี้/คนนี้ |
そちら (Sochira) ทางนั้น/ฝั่งนั้น/คนนั้น |
あちら (Achira) ทางโน้น/ฝั่งโน้น/คนโน้น |
どちら (Dochira) ทางไหน/อันไหน (สุภาพ) |
ส่วนที่ 2: เจาะลึกการใช้คำสรรพนามชี้สิ่งของ: これ, それ, あれ, どれ
กลุ่มคำนี้คือสรรพนามแทนสิ่งของ (Demonstrative Pronouns) ใช้เมื่อผู้พูดต้องการชี้พิกัดสิ่งของโดยไม่ต้องเอ่ยชื่อของสิ่งนั้นออกมาตรงๆ กฎเหล็กของการใช้คำกลุ่มนี้คือ คุณไม่สามารถวางคำนามไว้หลังคำเหล่านี้ได้โดยตรงค่ะ (เช่น ห้ามพูดว่า ❌ これ本 หรือ ❌ あれ車) เพราะตัวของมันเองทำหน้าที่เสมือนคำนามตัวหนึ่งเรียบร้อยแล้ว
- これ (Kore): สิ่งของนั้นอยู่ ในรัศมีที่มือผู้พูดเอื้อมถึง หรือแนบชิดกับตัวผู้พูดเอง เช่น มือถือในมือเรา
- それ (Sore): สิ่งของนั้นอยู่ ใกล้ตัวคู่สนทนา (ผู้ฟัง) มากกว่า หรืออยู่ในระยะที่ผู้ฟังสามารถหยิบจับได้สะดวก
- あれ (Are): สิ่งของนั้นอยู่ ห่างไกลจากทั้งผู้พูดและผู้ฟัง ไม่มีใครเอื้อมถึง ต้องใช้วิธีชี้นิ้วชี้ตามองตาม เช่น เมฆบนฟ้า หรือสิ่งของฝั่งตรงข้ามถนน
- どれ (Dore): ใช้เป็นคำถามเมื่อต้องการให้เลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากจำนวนตั้งแต่ 3 สิ่งขึ้นไป
ส่วนที่ 3: การใช้คำขยายระบุคำนาม: この, その, あの, どの
คำกลุ่มนี้ทำหน้าที่เปรียบเสมือนคำคุณศัพท์ชี้เฉพาะ (Demonstrative Adjectives) ความแตกต่างประการสำคัญและเป็นสิ่งที่คนไทยชอบใช้ผิดในห้องสอบมากที่สุดคือ คำกลุ่มนี้ห้ามใช้โดดๆ เป็นประธานหรือกรรมเด็ดขาด! จะต้องมีคำนามมาตามหลังติดกับมันเสมอค่ะ (เช่น ✔️ このペン (ปากกาแท่งนี้), ✔️ あの店 (ร้านโน้น)) ถ้าคุณพูดแค่ ❌ このは私のです จะผิดทันทีตามโครงสร้างไวยากรณ์
เกณฑ์การพิจารณาระยะทางยังคงใช้หลักการเดียวกับกลุ่มแรกค่ะ คือผู้พูดเป็นศูนย์กลางในการวัดระยะห่างระหว่างสิ่งของและคู่สนทนา
1. このカメラはとても高いです。
(Kono kamera wa totemo takai desu.)
ความหมาย: กล้องถ่ายรูปตัวนี้ (ที่ฉันถืออยู่หรืออยู่หน้าฉัน) ราคาแพงมากๆ ค่ะ
2. その時計は格好いいですね!
(Sono tokei wa kakkoii desu ne!)
ความหมาย: นาฬิกาข้อมือเรือนนั้น (ที่เพื่อนสวมอยู่) เท่สุดๆ ไปเลยนะคะ!
3. あの山の名前を知っていますか?
(Ano yama no namae o shitte imasu ka?)
ความหมาย: คุณรู้จักชื่อของภูเขาลูกโน้นไหมคะ? (ภูเขาอยู่ไกลออกไปสุดขอบฟ้า)
4. どの携帯が一番使いやすいですか?
(Dono keitai ga ichiban tsukaiyasui desu ka?)
ความหมาย: มือถือเครื่องไหน (ในบรรดาที่วางอยู่นี้ทั้งหมด) ใช้งานง่ายที่สุดหรอคะ?
คำเตือนด้านเทคนิคจาก YUTO เซนเซ
จำสลับกันบ่อยมากครับในข้อสอบไวยากรณ์ N5! ทริคง่ายๆ ที่ทำให้เราไม่พลาดคะแนนคือ ให้จำเสียงลงท้ายครับ ตัวที่ลงท้ายด้วย れ (-re) จะยืนอยู่คนเดียวได้เพราะเป็นนาม ส่วนตัวที่ลงท้ายด้วย の (-no) จะต้องการคำนามมาเกาะอยู่ข้างหลังเสมอ เพื่อทำหน้าที่ขยาย ลองจำคู่ว่า "เร-คนเดียว, โนะ-ต้องมีเพื่อน" นะครับ!
ส่วนที่ 4: การชี้ตำแหน่งสถานที่และทิศทาง: ここ, そこ, あそこ, どこ กับ こちら, そちら, あちら, どちら
เมื่อต้องการระบุว่าพิกัดของสถานที่ที่เรายืนอยู่ หรือทิศทางที่พวกเรากำลังจะมุ่งหน้าไป เราจะปรับระบบคำเป็นพยางค์ลงท้ายด้วย **こ (-ko)** และ **ちら (-chira)** ค่ะ
1. กลุ่มบอกสถานที่ (Koko, Soko, Asoko, Doko)
จุดสังเกตเฉพาะของกลุ่มนี้คือในระยะไกลสุดจะไม่ออกเสียงว่า "あこ" แต่จะผันเป็นพิเศษเป็น あそこ (Asoko) เสมอเพื่อเลี่ยงการออกเสียงที่พยางค์สั้นเกินไปและเพื่อให้จับใจความได้ง่ายขึ้นค่ะ
2. กลุ่มบอกทิศทางและความสุภาพ (Kochira, Sochira, Achira, Dochira)
นอกจากคำกลุ่มนี้จะแปลตรงตัวว่า **"ทางนี้ / ทางนั้น / ทางโน้น / ทางไหน"** แล้ว คนญี่ปุ่นยังนิยมใช้คำศัพท์กลุ่มนี้เพื่อจุดประสงค์ด้าน "ความสุภาพและการให้เกียรติอย่างสูง" (Keigo) ในการแนะนำผู้คน ชี้ระบุสิ่งของ หรือเมื่อต้องสนทนากับเจ้านาย ลูกค้า หรือบุคคลภายนอกด้วยค่ะ ตัวอย่างเช่น ในห้างสรรพสินค้าพนักงานขายจะใช้ あちら แทน あそこ เสมอเพื่อให้ฟังดูอ่อนน้อม
A: トイレはどちらですか? (Toire wa dochira desu ka?)ความหมายสุภาพ: ห้องสุขาไปทางไหนหรือคะ? (สุภาพกว่า Doko มากๆ)
B: あちらでございます。 (Achira de gozaimasu.)ความหมายสุภาพ: อยู่ทางด้านโน้นเลยครับผม (เลี่ยงคำว่า Asoko เพื่อความสุภาพสูงสุด)
C: こちらは社長の山田さんです。 (Kochira wa shachou no Yamada-san desu.)ความหมายสุภาพ: ท่านนี้คือคุณยามาดะ ท่านประธานบริษัทของเราครับ (ใช้ระบุตัวบุคคลอย่างให้เกียรติแทน Kono Hito)
ส่วนที่ 5: การประยุกต์ใช้ระดับสูง: "ระยะทางในหัวใจ" (Mental/Contextual Distance)
เมื่อพวกเราก้าวข้ามจากระดับเริ่มต้นไปสู่ระดับกลาง (N3 ขึ้นไป) คนญี่ปุ่นจะเริ่มใช้ Ko-So-A-Do ในอีกรูปแบบหนึ่งที่ไม่ได้อ้างอิงระยะทางจริงทางฟิสิกส์ แต่เป็นการอ้างอิง "ข้อมูลความรู้ในสมองและความทรงจำของผู้ร่วมสนทนา" (Contextual Anaphora) ค่ะ
กฎการเลือกใช้คำบ่งชี้ในมิติของความทรงจำจำง่ายๆ ดังนี้ค่ะ:
- กลุ่ม あ (A - あれ/あの): ใช้พูดถึงเรื่องราวที่ "ทั้งผู้พูดและผู้ฟังต่างรู้จักและมีประสบการณ์ร่วมกันเป็นอย่างดี" เสมือนเป็นเรื่องในอดีตที่เรารู้กันอยู่สองคน เช่น "หนังเรื่องโน้นที่พวกเราไปดูด้วยกันคราวก่อนน่ะ"
- กลุ่ม そ (So - それ/その): ใช้พูดถึงข้อมูลหรือคนที่มี "ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้นที่รู้จัก แต่อีกฝ่ายหนึ่งไม่รู้จักเลย" เช่น เพื่อนมาเล่าเรื่องแฟนใหม่ให้เราฟัง เราต้องถามกลับโดยใช้คำว่า "คนๆ นั้น (その人) ทำงานอะไรหรอ?" เนื่องจากผู้พูดยังไม่เคยเจอตัวจริง
ลองเปรียบเทียบในบทสนทนานี้เพื่อเห็นภาพชัดเจนขึ้นค่ะ:
A: 去年一緒に京都に行ったよね。 あのお寺は本当に綺麗だったな。
(Kyo-nen issho ni Kyoto ni itta yo ne. Ano otera wa hontou ni kirei datta na.)
ความหมาย: ปีที่แล้วเราไปเกียวโตด้วยกันมาเนอะ วัดโน้นน่ะ (วัดที่เราสองคนไปเห็นมาด้วยกัน) สวยงามมากๆ เลยน้า
สถานการณ์ที่ 2 (มีคนรู้เรื่องนี้คนเดียว - ใช้ その):
A: 昨日、美味しいラーメン屋に行ったんだ。
(Kinou, oishii ramen-ya ni ittanda.)
B: へえ、その店はどこにあるの?
(Hee, sono mise wa doko ni aru no?)
ความหมาย: A บอกว่าเมื่อวานไปกินราเมนอร่อยๆ มา B ไม่รู้เรื่องมาก่อนจึงต้องถามว่า "ร้านนั้นน่ะ (ร้านที่นายไปกินมาคนเดียว) อยู่ที่ไหนหรอ?"
บทสนทนาจำลองในชีวิตจริงกับคู่หูสุดแกล
มาทดลองฟังบทสนทนาระหว่าง YUI เซนเซ และ YUTO คุง เมื่อพวกเขากำลังช้อปปิ้งกันอยู่ในย่านชิบูย่ากันดูนะคะ สังเกตการใช้คำบอกระยะทางให้ดีล่ะ!
(Yuto, chotto mite! Are, meccha kawaikunai? Ano kuroi baggu!)
*แปล: ยูโตะคุง ดูตรงโน้นสิ! สิ่งโน้นน่ะไม่น่ารักสุดๆ ไปเลยหรอ? กระเป๋าสีดำตรงโน้นน่ะ! (กระเป๋าอยู่หน้าร้านฝั่งตรงข้าม ไกลจากทั้งสองคน)
🦊 YUTO: え?どれ?ああ、あの棚の上にあるバッグですか?確かにいいですね。でも、これはどうですか?
(E? Dore? Aa, ano tana no ue ni aru baggu desu ka? Tashikani ii desu ne. Demo, kore wa dou desu ka?)
*แปล: เอ๋? อันไหนหรอครับ? อ๋อ กระเป๋าที่อยู่บนชั้นวางฝั่งโน้นใช่ไหมครับ? ก็ดูดีจริงๆ แหละครับ แต่ว่ากระเป๋าอันนี้ (ที่ยูโตะกำลังถืออยู่ในมือตัวเอง) ล่ะครับเป็นยังไงบ้าง?
🌸 YUI: うーん、そのバッグも悪くないけど、やっぱり私はあれがいいな!店員さん、あちらのバッグを見せてください!
(Uun, sono baggu mo warukunai kedo, yappari watashi wa are ga ii na! Tenin-san, achira no baggu o misete kudasai!)
*แปล: อือ... กระเป๋าใบนั้น (ใบที่อยู่ในมือยูโตะ) ก็ไม่เลวนะ แต่สุดท้ายฉันว่าอันโน้นดีกว่า! พี่พนักงานคะ ขอดูสะพายกระเป๋าทางโน้น (พูดแบบสุภาพกับพนักงาน) หน่อยได้ไหมคะ!
สรุปทริคจำแบบรวดเร็วสไตล์สาวแกล (YUI Cheat Sheet)
จำง่ายๆ ก่อนเข้าห้องสอบหรือตอนคุยจริงด้วยสูตรนี้เลยค่ะ:
• こ (Ko): "ของฉัน" (ใกล้ตัวผู้พูด)
• そ (So): "ของเธอ" (ใกล้ตัวคู่สนทนา)
• あ (A): "ของใครก็ไม่รู้" (อยู่ไกลพ้นระยะเอื้อมของทั้งสองคน)
• ど (Do): "อันไหนกันแน่?" (ใช้ถามตัวเลือก)
💡 สูตรลัดด้านรูปประโยค:
• ลงท้ายด้วย れ (-re) = คำนามเปล่าๆ (ห้ามวางหน้าคำนามเด็ดขาด)
• ลงท้ายด้วย の (-no) = คำคุณศัพท์ขยาย (ต้องหาเพื่อนคำนามมาเติมข้างหลังเสมอ)
これ (Kore) ใช้กับของที่อยู่ใกล้ตัวผู้พูดเอง และยังมีโครงสร้างที่ผิดเนื่องจากเอาคำชี้เฉพาะประเภท -re ไปวางหน้าคำนามตรงๆ ไม่ได้ค่ะ
そ (So) และเนื่องจากหน้าคำว่า 辞書 (พจนานุกรม) เป็นคำนาม คำขยายที่วางข้างหน้าได้จึงต้องเป็นรูป -no นั่นคือ その (Sono) เท่านั้นค่ะ!
それ (Sore) ห้ามวางขยายหน้าคำนามตรงๆ โครงสร้างที่ถูกต้องหากต้องการใช้ Sore คือ 「それを取ってください」 (ช่วยหยิบสิ่งนั้นให้หน่อย) โดยไม่ต้องระบุคำว่า Jisho ซ้ำค่ะ
あそこ (Asoko) แม้ว่าจะเข้าใจได้ดีและไวยากรณ์ไม่ผิด แต่ระดับความสุภาพยังต่ำเกินไปสำหรับพนักงานบริการในร้านค้าหรือโรงแรมค่ะ ปกติจะสงวนไว้ใช้ในบทสนทนากันเองทั่วไป
あちら (Achira) ควบคู่ไปกับกริยาระดับสูง でございます (de gozaimasu) เพื่อแสดงการให้เกียรติและสร้างภาพลักษณ์ที่เป็นมืออาชีพค่ะ!
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) - ไขข้อข้องใจเรื่อง Ko-So-A-Do
あの... (Ano...) ที่คนญี่ปุ่นมักเปล่งเสียงออกมาเวลาครุ่นคิดหรือต้องการทักคนอื่น มีรากฐานมาจากคำว่า あの ที่แปลว่า "โน่น/ที่ห่างไกล" เป็นการดึงเรื่องราวที่อยู่ไกลออกไปในสมองมาคิด หรือใช้เป็นคำเกริ่นเบาๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจจากคู่สนทนาแบบเป็นธรรมชาติสุดๆ ค่ะ
ここ (ที่นี่ - ตรงจุดชี้บนแผนที่) เพื่อสื่อถึงตำแหน่งบนแผนที่ ไม่ได้หมายถึงระยะทางจริงภายนอกโลกอนิเมะค่ะ