กลับหน้าคอร์ส
Grammar Master (ไวยากรณ์ขั้นสูง N4-N3)

คู่มือผันกริยา 3 ยอดฮิต: รูปถูกกระทำ · รูปให้ทำ · รูปถูกบังคับ

พิชิตไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่นสุดหินสำหรับคนไทย เข้าใจความต่างของรูปประโยค Ukemi, Shieki และ Shieki-Ukemi แบบเคลียร์ชัด พร้อมตัวอย่าง บทสนทนา และแบบทดสอบวัดระดับ!

เข้าสู่เกมเรียนฟรี

บทนำ: ทำไมคนไทยถึงสับสนการผันรูปประโยคทับซ้อนเหล่านี้?

สวัสดีค่ะทุกคน! ยุ้ยเซนเซคนดีคนเดิมมารายงานตัวแล้วค่ะ! วันนี้พวกเราจะมาคุยเรื่องที่ทุกคนบ่นกันบ่อยมากๆ ว่า "ยากจนอยากจะกรีดร้อง!" นั่นก็คือเรื่องของ รูปถูกกระทำ (受身形 - Ukemi-kei), รูปให้ทำ/รูปใช้ (使役形 - Shieki-kei) และการฟิวชั่นขั้นสุดยอดอย่าง รูปถูกบังคับให้ทำ (使役受身形 - Shieki-Ukemi-kei) นั่นเองค่ะ!

ทำไมพวกเราคนไทยถึงสับสนเวลาแปลหรือผันคำพวกนี้กันล่ะ? นั่นก็เพราะในภาษาไทย เวลาที่พวกเราพูดว่า "แม่สั่งให้ฉันล้างจาน" หรือ "ฉันโดนหมาดุ" พวกเราแค่เอาคำว่า "สั่งให้" หรือ "โดน/ถูก" ไปวางไว้หน้าคำกริยาธรรมดาเฉยๆ ใช่ไหมคะ? มันง่ายดายและตรงไปตรงมามาก แต่ในภาษาญี่ปุ่น ลำดับคำช่วยจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง และคำกริยาก็ต้องผันเสียงหางยาวๆ ออกไปอีกจนหน้าตาแทบไม่เหลือเค้าเดิม แถมบางรูปยังออกเสียงคล้ายกันมาก เช่น たべられる (Taberareru) กับ たべさせる (Tabesaseru) และ たべさせられる (Tabesaserareu) ทำเอาสับสนไปหมดเวลาสอบ JLPT!

🐱

ทริคลับจาก YUI เซนเซ

จำไว้เสมอนะคะ: คีย์เวิร์ดหลักของสามรูปนี้คือการมองหา "ใครเป็นคนกระทำกริยาจริง" และ "คำช่วยชี้ตัวบุคคลเปลี่ยนไปอย่างไร" ถ้าทุกคนแม่นกฎการจับคู่คำช่วยหลักในการสอบ การทำคะแนนในพาร์ทไวยากรณ์จะกลายเป็นของกล้วยๆ เลยค่ะ!

ส่วนที่ 1: เจาะลึกรูปถูกกระทำ 〜れる / 〜られる (Ukemi-kei)

ใช้เมื่อประธานในประโยคได้รับผลกระทบจากการกระทำของผู้อื่น มักมีความหมายแฝงในแง่ร้ายหรือรู้สึกเดือดร้อน (แต่ก็มีกรณีที่แปลว่าถูกทำโดยทั่วไปในแง่บวกหรือความเป็นกลางได้เช่นกัน)

วิธีการผันรูปถูกกระทำ (Ukemi)

แบ่งคำกริยาออกเป็น 3 กลุ่มตามปกติ:

  • กลุ่มที่ 1 (กริยาเสียง -i): เปลี่ยนเสียงท้ายแถว i เป็นแถว a แล้วเติม れる (reru)
    เช่น: 書く (Kaku - เขียน)書かれる (Kakareru - ถูกเขียน)
    เช่น: 呼ぶ (Yobu - เรียก)呼ばれる (Yobareru - ถูกเรียก)
    เช่น: 言う (Iu - พูด)言われる (Iwareru - ถูกพูด/โดนว่า) *จำดีๆ นะคะ u ➔ wa
  • กลุ่มที่ 2 (กริยาเสียง -e หรือเสียงพิเศษ): ตัด る (ru) ทิ้งแล้วเติม られる (rareru)
    เช่น: 食べる (Taberu - กิน)食べられる (Taberareru - ถูกกิน) *ระวังเสียงซ้อนกันนะคะ
    เช่น: 褒める (Homeru - ชมเชย)褒められる (Homerareru - ถูกชม)
  • กลุ่มที่ 3 (กริยาพิเศษ): ผันตามกฎเฉพาะ
    เช่น: する (Suru - ทำ)される (Saru - ถูกทำ)
    เช่น: 来る (Kuru - มา)来られる (Korareru - ถูกมา) *ระวังเสียงอ่าน ko เปลี่ยนเป็น ko-rareru
โครงสร้างประโยคถูกกระทำหลัก:
[ผู้ถูกกระทำ/ผู้เดือดร้อน] は [ผู้กระทำ] に [กริยารูปถูกกระทำ]
ตัวอย่างที่ 1.1:
私は先生褒められました。
(Watashi wa sensei ni homeraremashita.)
*แปล: ฉันได้รับการชมเชยจากคุณครู (ฉันถูกคุณครูชม - แง่ดี)
ตัวอย่างที่ 1.2 (แบบเดือดร้อน):
泥棒財布を盗まれました。
(Dorobou ni saifu o nusumaremashita.)
*แปล: ฉันโดนขโมยกระเป๋าเงิน (โดยโจร) / โจรขโมยกระเป๋าเงินของฉันไป (ประธานเดือดร้อน)

ส่วนที่ 2: เจาะลึกรูปให้ทำ/รูปใช้ 〜せる / 〜させる (Shieki-kei)

ใช้แสดงการออกคำสั่ง บังคับ หรืออนุญาตให้ผู้อื่นทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มักใช้โดยผู้ที่มีฐานะสูงกว่าสั่งผู้ที่มีฐานะต่ำกว่า (เช่น พ่อแม่สั่งลูก, หัวหน้าสั่งลูกน้อง, เจ้าของสั่งสัตว์เลี้ยง)

วิธีการผันรูปให้ทำ (Shieki)

  • กลุ่มที่ 1: เปลี่ยนเสียงท้ายแถว i เป็นแถว a แล้วเติม せる (seru)
    เช่น: 行く (Iku - ไป)行かせる (Ikaseru - สั่งให้ไป/ปล่อยให้ไป)
    เช่น: 読む (Yomu - อ่าน)読ませる (Yomaseru - ให้分别อ่าน)
    เช่น: 買う (Kau - ซื้อ)買わせる (Kawaseru - ให้ซื้อ)
  • กลุ่มที่ 2: ตัด る (ru) ทิ้งแล้วเติม させる (saseru)
    เช่น: 食べる (Taberu - กิน)食べさせる (Tabesaseru - ให้กิน/ป้อน)
    เช่น: 調べる (Shiraberu - ตรวจสอบ)調べさせる (Shirabesaseru - ให้ตรวจสอบ)
  • กลุ่มที่ 3: ผันตามกฎเฉพาะ
    เช่น: する (Suru - ทำ)させる (Saseru - ให้ทำ)
    เช่น: 来る (Kuru - มา)来させる (Kosaseru - ให้มา) *ระวังเสียงอ่าน ko-saseru
โครงสร้างประโยครูปให้ทำ (ขึ้นอยู่กับประเภทคำกริยา):
1. สำหรับกริยาไม่มีกรรม (Intransitive Verb เช่น 行く, 来る):
[ผู้สั่ง] は [ผู้กระทำ] を [กริยารูปให้ทำ]
2. สำหรับกริยามีกรรม (Transitive Verb เช่น 食べる, 読む):
[ผู้สั่ง] は [ผู้กระทำ] に [สิ่งของ] を [กริยารูปให้ทำ]
ตัวอย่างที่ 2.1 (บังคับให้ไป - สกรรมกริยา):
社長は社員出張に行かせました。
(Shachou wa shain o shucchou ni ikasemashita.)
*แปล: ท่านประธานสั่งให้พนักงานไปทำงานนอกสถานที่ (社員 ชี้ด้วย を เพราะ 行く เป็นกริยาไม่ต้องการกรรม)
ตัวอย่างที่ 2.2 (ป้อนอาหาร/ให้กิน - อกรรมกริยา):
母は子供野菜を食べさせました。
(Haha wa kodomo ni yasai o tabesasemashita.)
*แปล: คุณแม่บังคับให้ลูกกินผัก (子供 ชี้ด้วย に เพราะ 食べる เป็นกริยาต้องการกรรม)

ส่วนที่ 3: ขั้นสุดของการรวมร่าง: รูปถูกบังคับให้ทำ 〜させられる (Shieki-Ukemi-kei)

นี่แหละค่ะคือฝันร้ายของทุกคน! ประโยครูปถูกบังคับให้ทำเกิดจากการเอา "รูปให้ทำ (Shieki)" มารวมเข้ากับ "รูปถูกกระทำ (Ukemi)" มีความหมายว่า "ถูกบังคับให้ทำสิ่งนั้นโดยที่ไม่อยากทำเลย (รู้สึกอึดอัด รำคาญ หรือไม่เต็มใจ)" มักเจอบ่อยมากในสถานการณ์เรียนหนังสือ ทำงาน หรือชีวิตประจำวันในญี่ปุ่นค่ะ

วิธีการผันรูปถูกบังคับให้ทำ (Shieki-Ukemi)

จำสูตรง่ายๆ ลัดคิวจำได้ไวขึ้นดังนี้นะคะ:

  • กลุ่มที่ 1 (สูตรพิเศษแบบย่อ): เปลี่ยนเสียงท้ายแถว i เป็นแถว a แล้วเติม される (sareru) (ยกเว้นตัวสะกด す)
    เช่น: 書く (Kaku)書かされる (Kakasaru - โดนบังคับให้เขียน)
    เช่น: 待つ (Matsu)待たされる (Matasareru - โดนปล่อยให้รอ) *เจอบ่อยมากในข้อสอบ!
    *กริยาที่ลงท้ายด้วย す (su) ต้องผันเต็มย่อไม่ได้: 話す (Hanasu)話させられる (Hanasaserareru)
  • กลุ่มที่ 2 (ผันยาวเต็มขั้น): ตัด る (ru) ทิ้งแล้วเติม させられる (saserareru)
    เช่น: 食べる (Taberu)食べさせられる (Tabesaserareru - โดนบังคับให้กิน)
    เช่น: 覚える (Oboeru)覚えさせられる (Oboesaserareru - โดนบังคับให้จำ)
  • กลุ่มที่ 3 (ผันเฉพาะ):
    เช่น: する (Suru)させられる (Saserareru - โดนบังคับให้ทำ)
    เช่น: 来る (Kuru)来させられる (Kosaserareru - โดนบังคับให้มา) *ออกเสียง ko-saserareru
โครงสร้างประโยคถูกบังคับให้ทำ:
[ผู้ถูกบังคับ (ตัวเรา)] は [ผู้สั่ง/ผู้บังคับ] に [กรรมของประโยค] を [กริยารูปถูกบังคับให้ทำ]
ตัวอย่างที่ 3.1 (โดนสั่งงาน):
私は部長残業をさせられました。
(Watashi wa buchou ni zangyou o saseraremashita.)
*แปล: ฉันโดนหัวหน้าบังคับให้ทำงานล่วงเวลา (OT) (รู้สึกเศร้าหมองและไม่เต็มใจ)
ตัวอย่างที่ 3.2 (โดนทิ้งให้รอ):
私は彼女2時間も待たされました。
(Watashi wa kanojo ni nijikan mo matasaremashita.)
*แปล: ฉันโดนแฟนสาวปล่อยให้รอตั้ง 2 ชั่วโมงแหนะ (待つ ➔ 待たされる)

ส่วนที่ 4: ตารางสรุปการผันเปรียบเทียบคำกริยาตัวอย่าง

มาดูตารางเปรียบเทียบกริยาที่เราใช้บ่อยๆ ในชีวิตประจำวันกันค่ะ เพื่อช่วยในการจดจำแบบกระชับรวดเร็ว:

คำกริยาตั้งต้น รูปถูกกระทำ (Ukemi) รูปให้ทำ (Shieki) รูปถูกบังคับให้ทำ (Shieki-Ukemi)
行く (Iku - ไป) 行かれる (Ikareru) 行かせる (Ikaseru) 行かされる (Ikasareru)
飲む (Nomu - ดื่ม) 飲まれる (Nomareru) 飲ませる (Nomaseru) 飲まされる (Nomasareru)
話す (Hanasu - พูด) 話される (Hanasareru) 話させる (Hanasaseru) 話させられる (Hanasaserareru)
見る (Miru - ดู) 見られる (Mirareru) 見させる (Misaseru) 見させられる (Misaserareru)
する (Suru - ทำ) される (Sareru) させる (Saseru) させられる (Saserareru)
🦊

ข้อสังเกตจาก YUTO เซนเซ

สังเกตที่รูปกริยากลุ่ม 1 ให้ดีนะครับ รูปย่อ 〜される (-sareru) ของกริยากลุ่ม 1 ในรูปถูกบังคับ มักสับสนกับรูปถูกกระทำธรรมดา เช่น 書かされる (Kakasareru - ถูกบังคับให้เขียน) กับ 書かれる (Kakareru - ถูกเขียน) ให้จำว่ามีเสียง "さ (-sa)" โผล่ขึ้นมาก่อนเสียง "ら (-ra)" เสมอสำหรับรูปถูกบังคับครับ!

🌸 บทสนทนาชีวิตวัยรุ่น (YUI & YUTO Grammar Talk)

ลองอ่านบทสนทนาระหว่างยุ้ยจังและยูโตะคุงที่บ่นเรื่องการไปร้านกินดื่มราตรีและการถูกเจ้านายสั่งงานกันค่ะ:

🌸 YUI: ยูโตะคุง! เมื่อวานได้ไปงานปาร์ตี้ของที่ทำงานป่าวอ่ะ? ยุ้ยนะเซ็งสุดๆ โดนรุ่นพี่บังคับให้ดื่มเหล้าตั้งเยอะแยะ (お酒をたくさん飲まされたの) แทบอ้วกเลยล่ะ!
(Yuto-kun! Muer wan dai pai ngan party kong tee tam ngan pao ah? Yui na seng sud-sud don run-pee bang-kab hai duem lao tang yoe-yaeแทบอ้วกเลยล่ะ!)
*แปลญี่ปุ่น: ユートくん、昨日の飲み会行った?私、先輩にお酒をたくさん飲まされたの。最悪だった!(Yuto-kun, kino no nomikai itta? Watashi, senpai ni osake o takusan nomasareta no. Saiaku datta!)

🦊 YUTO: โห น่าเห็นใจจังครับ ส่วนผมนะยิ่งแย่กว่านั้นอีก โดนหัวหน้างานบังคับให้อ่านเอกสารรายงานภาษาอังกฤษ (英語の報告書を読ませられた) ทั้งคืน แถมยังโดนเพื่อนๆ หัวเราะเยาะ (笑われた) ตอนสะกดผิดในที่ประชุมเช้าวันนี้อีกต่างหากครับ
(Ho nah hen jai jang krub. Suan phom na ying yae kwa nan eek don hua-na ngan bang-kab hai arn ek-ka-sarn raingan phasa angkrit tang kuen taem yang don phuen-phuen hua-rao-yoh torn sa-kot phid nai tee pra-chum chao wan nee eek tang-hak krub.)
*แปลญี่ปุ่น: それは大変でしたね。僕は部長に英語 of 報告書を読まされましたよ。それに今日の朝の会議で、漢字の間違いをみんなに笑われました。(Sore wa taihen deshita ne. Boku wa buchou ni eigo no houkokusho o yomasaremashita yo. Soreni kyou no asa no kaigi de, kanji no machigai o minna ni warawaremashita.)

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับและการสั่งการ (Vocab Cards)

ฝึกออกเสียงและจำความหมายของกริยาที่เจอบ่อยที่สุดในข้อสอบรูปแบบทับซ้อนนี้นะคะ:

N4
叱る
しかる (Shikaru) -> 叱られる (โดนดุ)
ดุ / ว่ากล่าว (มักใช้ในรูปถูกกระทำเพื่อบอกว่าโดนดุ)
N4
頼む
たのむ (Tanomu) -> 頼まれる (ไหว้วาน)
ขอร้อง / ไหว้วาน (โดนคนอื่นขอร้องให้ช่วยทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง)
N4
怒る
おこる (Okoru) -> 怒らせる (ทำให้โกรธ)
โกรธ / แสดงความโกรธ (รูปให้ทำแปลว่าไปทำให้คนอื่นโกรธ)
N4
泣く
なく (Naku) -> 泣かせる (ทำให้น้ำตาซึม)
ร้องไห้ (ใช้กับเหตุการณ์ทำให้น้ำตาซึมหรือทำให้คนอื่นร้องไห้)
N4
待つ
まつ (Matsu) -> 待たされる (โดนให้รอ)
รอ (มักออกสอบบ่อยแปลว่าโดนคนอื่นปล่อยทิ้งให้รอเวลานาน)
N3
驚く
おどろく (Odoroku) -> 驚かせる (ทำให้ตกใจ)
ตกใจ (ทำให้เซอร์ไพรส์หรือไปแกล้งทำให้คนอื่นตกใจกลัว)
📝 แบบทดสอบความเชี่ยวชาญรูปประโยค Ukemi & Shieki
คำถามข้อที่ 1: เลือกรูปผันของกริยา 待つ (Matsu) เพื่อใส่ในประโยคที่รู้สึกเดือดร้อน: 「彼女が遅れたので、私は雨の中で1時間も(  )。」 (เนื่องจากแฟนสาวมาสาย ฉันจึงโดนปล่อยให้ยืนรอท่ามกลางสายฝนตั้ง 1 ชั่วโมง)
❌ ผิดค่ะ 待たれました คือรูปถูกกระทำ ซึ่งกริยา 待つ ไม่นิยมใช้รูปนี้เพื่อบอกว่าโดนปล่อยให้รอค่ะ
❌ ผิดค่ะ 待たせました คือรูปให้ทำ แปลว่า "ฉันสั่งให้เขารอ" ซึ่งขัดกับความหมายในประโยคที่แฟนมาสายแล้วเราต้องเป็นคนรอค่ะ
🎉 ถูกต้องอย่างยอดเยี่ยมเลยค่ะ! 待たされました (Matasaremashita) แปลว่า "โดนบังคับให้รอ / โดนทิ้งให้รอ" ซึ่งเข้ากับบริบทประเด็นเดือดร้อนของประธานที่โดนปล่อยให้คอยท่ามกลางสายฝนได้เป๊ะที่สุดค่ะ!
คำถามข้อที่ 2: เติมคำช่วยในช่องว่างให้ถูกต้องตามกฎรูปถูกกระทำ: 「私は先生( )日本語の作文を褒められました。」 (ฉันได้รับการชื่นชมเรียงความภาษาญี่ปุ่นจากคุณครู)
❌ คำช่วย を จะใช้ชี้สิ่งของที่เป็นกรรมของการชมชื่น (作文を) ซึ่งมีอยู่แล้วในประโยคค่ะ จึงใช้ซ้ำกับตัวบุคคลไม่ได้
🎉 ถูกต้องสุดๆ เลยค่ะ! ในประโยคถูกกระทำ ตัวบุคคลผู้ทำการกระทำ (ในที่นี้คือ 先生) จะต้องระบุชี้ด้วยคำช่วย に (ni) เสมอค่ะ!
❌ คำช่วย が จะเป็นตัวชี้ประธานของประเด็นหลัก (私は) ซึ่งใช้ไปแล้วที่ต้นประโยคค่ะ
คำถามข้อที่ 3: ข้อใดต่อไปนี้ใช้รูปให้ทำ (Causative) ในความหมายแฝง "การอนุญาต / ปล่อยให้ทำ" ได้ถูกต้อง?
🎉 ยอดเยี่ยมมากค่ะ! ประโยคนี้บอกว่า "เพราะลูกบอกว่าอยากทำ เลยลองปล่อยให้ทำดู" เป็นการใช้รูปให้ทำ (やらせる) ในความหมายของการ "อนุญาต" ได้สละสลวยถูกต้องที่สุดเลยค่ะ!
❌ ประโยคนี้มีความหมายเชิญชวนแกมบังคับสั่งการ ("จงรีบกินข้าวซะ") ไม่ใช่ความหมายเชิงให้โอกาสหรืออนุญาตค่ะ
❌ ประโยคนี้เป็นรูปถูกบังคับให้ทำแถมยังสลับลำดับความสุภาพอีกด้วยค่ะ ไม่ใช่ความหมายการอนุญาตแน่ๆ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q1: มีหลักการจำง่ายๆ ไหมคะว่าเมื่อไหร่ควรใช้ "รูปถูกกระทำธรรมดา" กับ "รูปถูกบังคับให้ทำ"?
คำตอบจาก YUI เซนเซ: จุดนี้สังเกตได้จากความกระตือรือร้นของตัวเราค่ะ! ถ้าเป็นกริยาที่คนอื่นมาทำอะไรใส่เราตรงๆ เช่น ตี, ดุ, ชก, ลักขโมย เราใช้ รูปถูกกระทำธรรมดา (-reru / -rareru) ได้เลยค่ะ แต่ถ้าเจ้านายหรือพ่อแม่สั่งให้เรา "ลงมือทำอะไรบางอย่างด้วยตัวเอง" โดยที่เราไม่ยินยอม เช่น ทำงานล่วงเวลา, ล้างจาน, ท่องคันจิ แบบนี้ตัวเราเป็นคนเคลื่อนไหวร่างทำสิ่งนั้นเอง จึงต้องใช้ รูปถูกบังคับให้ทำ (-saserareru) ค่ะ!
Q2: ทำไมรูปถูกกระทำของกริยากลุ่ม 2 (กิน 食べられる) ถึงหน้าตาเหมือนกับรูปแสดงความสามารถ (สามารถกินได้) เป๊ะเลยล่ะครับ? แล้วเราจะแยกแยะยังไงดี?
คำตอบจาก YUTO เซนเซ: เป็นคำถามที่ดีมากครับ! ในทางทฤษฎีคือรูปมันซ้อนกันเป๊ะเลยครับ วิธีการแยกแยะคือ "ดูจากบริบทแวดล้อมและคำช่วย" ครับ ถ้าเป็นรูปสามารถกินได้ มักใช้กับคำช่วย が (ga) เช่น 納豆が食べられる (กินนัตโตะได้) แต่ถ้าเป็นรูปถูกกระทำ (ถูกกิน) มักใช้กับคำช่วย に (ni) และมีตัวกระทำเช่น 猫に魚を食べられた (ปลาโดนแมวกินไปซะแล้ว) นอกจากนี้ คนญี่ปุ่นยุคใหม่มักตัด ら (ra) ทิ้งในรูปสามารถ (เรียกว่า ら抜き言葉) เหลือแค่ 食べれる (Tabereru) ทำให้การแยกแยะในภาษาพูดง่ายขึ้นครับ
Q3: คำว่า 〜させていただく (Sase te itadaku) ที่ได้ยินพนักงานร้านค้าพูดบ่อยๆ คืออะไรเหรอครับ?
คำตอบจาก YUTO เซนเซ: นี่คือการเอา รูปให้ทำ (させ) มารวมเข้ากับคำกริยาสุภาพแสดงการรับของเอื้อเฟื้อ いただく (Itadaku) ครับ แปลตรงตัวคือ "ขออนุญาตได้รับการให้ทำสิ่งนั้น" หรือพูดภาษาไทยง่ายๆ คือ "ขออนุญาตทำ... นะครับ/คะ" เป็นสำนวนสุภาพขั้นสูงสุดในวงการธุรกิจของญี่ปุ่น เช่น 説明させていただきます (ขออนุญาตอธิบายนะครับ) นั่นเองครับ