บทนำ: ทำไมคำกริยาช่วยกลุ่มนี้ถึงท้าทายสมองคนไทยสุดๆ?
สวัสดีจ้าาา! ยูโตะเซนเซสุดเท่พร้อมลุยแล้วครับ! วันนี้พี่ยุ้ยเซนเซติดธุระนิดหน่อย ผมเลยขอรับหน้าที่พาทุกคนมาเจาะลึกไวยากรณ์ 4 รูปในตำนานกันครับ นั่นก็คือ 〜ている (te-iru), 〜てある (te-aru), 〜ておく (te-oku) และ 〜てしまう (te-shimau) นั่นเอง!
จุดร่วมของทั้ง 4 ตัวนี้คือการผันคำกริยาหลักให้อยู่ในรูป て (te-form) แล้วตามด้วยคำกริยาเสริมข้างท้าย แม้ว่าพวกมันจะใช้ตัวช่วยสั้นๆ แต่กลับถ่ายทอด "สถานะ (Aspect)" และ "ความรู้สึกของผู้พูด" ออกมาได้อย่างลึกซึ้งมากๆ จนบางครั้งภาษาไทยไม่มีคำแปลที่ตรงเป๊ะ ทำให้พวกเราชาวไทยมักเขียนสลับกันไปมาหรือมองไม่ออกว่าจุดไหนต่างกัน โดยเฉพาะการแยกแยะระหว่าง ている กับ てある ที่มีความเกี่ยวเนื่องอย่างรุนแรงกับเรื่อง อกรรมกริยา (自動詞 - Jidoushi) และ สกรรมกริยา (他動詞 - Tadoushi) ครับ!
ข้อคิดจาก YUTO เซนเซ
จำไว้เสมอนะครับ: เวลาจะเลือกใช้ไวยากรณ์ชุดนี้ อย่าเพียงแค่จำคำแปลภาษาไทยดื้อๆ ให้พิจารณาว่า "เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือเกิดจากเจตนาของคน" และ "เวลามองภาพผลลัพธ์นั้นอยู่ การกระทำมันจบไปหรือยัง" ถ้าตอบคำถามเหล่านี้ได้ ไวยากรณ์ชุดนี้จะง่ายขึ้นทันทีเลยครับ!
ส่วนที่ 1: เจาะลึก 〜ている (te-iru) — กำลังทำ หรือ สภาพยังอยู่
นี่คือไวยากรณ์ตัวแรกๆ ที่เราได้เรียนในภาษาญี่ปุ่นระดับต้นเลยใช่ไหมครับ? แต่จริงๆ แล้วมันมีบทบาทที่กว้างกว่าแค่คำว่า "กำลังทำอยู่ (Progressive)" นะครับ:
หน้าที่หลัก 3 ประการของ 〜ている:
- 1. กำลังกระทำกริยานั้นอยู่ (Progressive/Action in Progress):
ใช้กับกริยาแสดงการเคลื่อนไหวที่ดำเนินไปเรื่อยๆ (เช่น กิน, เดิน, วิ่ง, เขียน)
เช่น:ご飯を食べている (Gohan o tabete iru)= กำลังกินข้าวอยู่ - 2. แสดงสภาพที่หลงเหลืออยู่หลังจากการกระทำสิ้นสุดลง (Resultative State):
ข้อนี้แหละครับที่ยาก! มักใช้กับกริยาเปลี่ยนสถานะแบบทันทีทันใด เช่น ไป, มา, แต่งงาน, เสียชีวิต, เปิด, ปิด ซึ่งเมื่อทำการกระทำเสร็จแล้ว สภาพนั้นยังดำเนินต่อไป
เช่น:結婚している (Kekkon shite iru)= แต่งงานแล้ว (สภาพปัจจุบันคือเป็นคนมีคู่ครอง ไม่ใช่กำลังทำพิธีแต่งงานอยู่)
เช่น:ドアが開いている (Doa ga aite iru)= ประตูเปิดอยู่ (เกิดจากการขยับของประตูปิด ➔ เปิด แล้วคงสภาพนั้นไว้) *สังเกตว่าใช้กับอกรรมกริยา開く (Aku) - 3. ประสบการณ์ ประวัติ หรือพฤติกรรมที่ทำซ้ำๆ เป็นนิสัย (Habitual action):
เช่น:毎日日本語を勉強している (Mainichi Nihongo o benkyou shite iru)= เรียนภาษาญี่ปุ่นทุกวันเป็นนิสัย
窓が割れています。
(Mado ga warete imasu.)
*แปล: หน้าต่างมันแตกอยู่ (สภาพหน้าต่างแตก โดยที่ตัวหน้าต่างเองร้าวพังอยู่ ไม่เกี่ยวข้องกับเจตนาของผู้อื่น ณ ตอนนี้)
ส่วนที่ 2: เจาะลึก 〜てある (te-aru) — มีสิ่งนั้นทำเตรียมไว้อยู่
ใช้แสดง "สภาพผลลัพธ์ของเหตุการณ์ที่เสร็จสิ้นไปแล้ว" โดยที่มีจุดต่างสำคัญคือ "ต้องเป็นสกรรมกริยา (Tadoushi)" และ "มีคนจงใจทำสิ่งนั้นเพื่อเป้าหมายบางอย่าง" แฝงอยู่เสมอครับ
คีย์เวิร์ดในการแยกแยะ: สภาพตามธรรมชาติ VS มีความตั้งใจแฝง
•
窓が開いている (Mado ga aite iru) ➔ หน้าต่างเปิดอยู่ (เห็นแค่สภาพหน้าต่างเปิด ไม่ได้สนใจว่าใครเปิด เปิดไว้เพื่ออะไร อาจจะปลิวเปิดเองตามลมก็ได้)•
窓が開けてある (Mado ga akete aru) ➔ หน้าต่างถูกเปิดเตรียมไว้ (เห็นหน้าต่างเปิด และรับรู้ทันทีว่ามีคนจงใจไปเปิดมันไว้ เช่น เพื่อให้อากาศถ่ายเท หรือเตรียมรับลม) *ใช้กริยา 開ける (Akeru) ซึ่งเป็นสกรรมกริยา
โครงสร้างประโยคของ
〜てある จะเปลี่ยนคำช่วยชี้กรรมของคำกริยานั้นให้กลายเป็น が (ga) เสมอ!โครงสร้างปกติ:
[สิ่งของ] が [สกรรมกริยารูป te] + ある
壁にカレンダーが掛けてあります。
(Kabe ni karenda- ga kakete arimasu.)
*แปล: ปฏิทินถูกแขวนไว้ที่ผนัง (มีคนจงใจตอกตะปูและเอามาแขวนประดับไว้เพื่อการใช้งาน)
晩ご飯はもう作ってあります。
(Ban gohan wa mou tsukutte arimasu.)
*แปล: อาหารเย็นทำเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วนะ (มีคนเตรียมไว้ให้แล้ว รอกินได้เลย)
ส่วนที่ 3: เจาะลึก 〜ておく (te-oku) — ทำเตรียมไว้ล่วงหน้า
ใช้บอกว่า "ทำการเตรียมตัวก่อนที่เหตุการณ์บางอย่างจะเกิดขึ้นจริง" หรือ "ทำทิ้งไว้ในสภาพแบบนั้นไปก่อนสักระยะ" ภาษาไทยมักแปลว่า "ทำ...ไว้ก่อน" หรือ "ทำ...ล่วงหน้า" ครับ
การใช้งาน 3 รูปแบบของ 〜ておく:
- 1. ทำเตรียมไว้ก่อนเพื่อการใช้งานในอนาคต (Preparation):
เช่น:旅行の前にホテルを予約しておく (Ryokou no mae ni hoteru o yoyaku shite oku)= จองโรงแรมไว้ก่อนไปเที่ยว - 2. ทำเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ถัดไป (Countermeasure):
เช่น:台風が来るから、窓を閉めておく (Taifu ga kuru kara, mado o shimete oku)= เพราะไต้ฝุ่นจะมา เลยจะปิดหน้าต่างเตรียมรับมือไว้ก่อน - 3. ปล่อยให้อยู่ในสภาพเดิมต่อไป (Leave as is):
เช่น:まだ使っているから、そのままにしておいて (Mada tsukatte iru kara, sono mama ni shite oite)= ยังใช้อยู่เลย ปล่อยทิ้งไว้แบบนั้นแหละ
ทริคภาษาพูดระดับสนทนาจริง
ในชีวิตจริงคนญี่ปุ่นนิยมย่อเสียง 〜ておく (te-oku) เป็น 〜とく (toku) และ 〜でおく (de-oku) เป็น 〜どく (doku) ครับ! ในห้องสอบ N3 พาร์ทการฟังจะมีเสียงย่อนี้ออกบ่อยมากๆ เลยนะจ๊ะ!
เช่น: 買っておく (Katte oku) ➔ 買っとく (Kattoku), 読んでおく (Yonde oku) ➔ 読んどく (Yondoku)
ส่วนที่ 4: เจาะลึก 〜てしまう (te-shimau) — ทำเสร็จสิ้น หรือ เสียใจสุดซึ้ง
มีความหมายหลัก 2 ทาง ขึ้นอยู่กับกรรมและบริบทของคำพูด โดยแสดงความรู้สึกเสียใจหรือทำเสร็จอย่างสมบูรณ์เด็ดขาด:
ความต่างระหว่างความสมบูรณ์ VS ความผิดพลาด
- 1. ทำสิ่งนั้นเสร็จสิ้นไปหมดเกลี้ยงโดยไม่เหลือค้าง (Completely Finished):
แปลว่า "ทำจนหมดแล้ว" หรือ "ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว"
เช่น:宿題を全部やってしまいました (Shukudai o zenbu yatte shimaimashita)= ทำการบ้านเสร็จเกลี้ยงหมดทุกข้อแล้วครับ! - 2. เกิดผลลัพธ์ในแง่ลบ เสียใจ เสียดาย หรือความผิดพลาดที่ย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้ (Regret / Accidental action):
แปลว่า "...ซะแล้ว (แบบน่าเสียดาย)"
เช่น:鍵を忘れてしまいました (Kagi o wasurete shimaimashita)= ลืมกุญแจไว้ซะแล้ว (รู้สึกแย่มากและลำบาก)
เช่น:彼女と別れてしまった (Kanojo to wakarete shimatta)= เลิกกับแฟนซะแล้ว (รู้สึกเศร้าโศกมาก)
คำย่อภาษาพูดของ 〜てしまう
ในบทสนทนาประจำวันหรือในอนิเมะ เราจะได้ยินคนพูดว่า 〜ちゃう (chau) แทน 〜てしまう (te-shimau) และ 〜じゃう (jau) แทน 〜でしまう (de-shimau) ครับ!
เช่น: 言ってしまう (Itte shimau) ➔ 言っちゃう (Itchau), 死んでしまう (Shinde shimau) ➔ 死んじゃう (Shinjau)
ส่วนที่ 5: ตารางเปรียบเทียบทั้ง 4 รูปแบบแบบสรุป
จำคีย์เวิร์ดและลักษณะเฉพาะตามตารางนี้ไปใช้รับมือในห้องสอบได้ทันทีครับ:
| โครงสร้างไวยากรณ์ | ประเภทคำกริยาที่ใช้ | ความหมายหลัก | ความรู้สึกแฝงของผู้พูด |
|---|---|---|---|
| 〜ている (te-iru) | อกรรมกริยา / สกรรมกริยา | กำลังทำ / สภาพธรรมชาติคงอยู่ | เป็นกลาง บรรยายสภาพธรรมชาติที่ตาเห็น |
| 〜てある (te-aru) | สกรรมกริยาเท่านั้น (Tadoushi) | มีคนทำเตรียมไว้ให้หลงเหลืออยู่ | มีจุดประสงค์แฝงและรู้สึกถึงผลลัพธ์จงใจ |
| 〜ておく (te-oku) | สกรรมกริยา (ส่วนใหญ่) | ทำเตรียมล่วงหน้าก่อนเกิดเรื่อง | มีการวางแผนรอบคอบ มีประโยชน์ในอนาคต |
| 〜てしまう (te-shimau) | ได้ทุกประเภท | เสร็จหมดเกลี้ยง / เกิดเรื่องแย่ๆ ซะแล้ว | ภูมิใจที่ทำสำเร็จ หรือเสียดายที่พลาดพลั้ง |
🌸 บทสนทนาชีวิตวัยรุ่น (YUI & YUTO Grammar Talk)
มาดูลักษณะการใช้ทั้ง 4 รูปนี้ร่วมกันในชีวิตประจำวันของยุ้ยจังและยูโตะคุงกันครับ:
(Yuto-kun! Khor-moon sam-rab kan pra-chum bai nee triam wai korn riab-roy rue yang ka? Lift chan sam sia yu na ka, torng dern kuen ban-dai taen laew la!)
*แปลญี่ปุ่น: ユートくん、午後の会議の資料はもう準備しといた?あ、3階のエレベーターが壊れているから階段使わなきゃ。(Yuto-kun, gogo no kaigi no shiryou wa mou junbi shitoita? A, sangai no erebe-ta- ga kowarete iru kara kaidan tsawanakya.)
🦊 YUTO: อ๊ะ! เรียบร้อยครับ เอกสารทั้งหมดผมปริ้นท์เตรียมวางไว้บนโต๊ะแล้วครับ (机の上に置いてあります) ส่วนกาแฟผมก็จงใจต้มเผื่อไว้ล่วงหน้าด้วยนะคร้าบ (淹れといたよ) ไม่ต้องห่วงเลยครับ!
(Ah! Riab-roy krub. Ek-ka-sarn tang-mod phom print triam wang wai bon toh laew krub. Suan kafe phom kor jong-jai tom phua wai luang-na duay na krub. Mai torng huang loey krub!)
*แปลญี่ปุ่น: あ!大丈夫です。資料は全部机の上に置いてあります。コーヒーも淹れといたよ!心配いりません。(A! Daijoubu desu. Shiryou wa zenbu tsukue no ue ni oite arimasu. Ko-hi- mo iretoita yo! Shinpai irimasen.)
คำศัพท์ที่จับคู่กับรูป 〜て มักพบบ่อยในข้อสอบ (Vocab Cards)
ฝึกออกเสียงและจำคู่คำกริยาที่ออกข้อสอบบ่อยที่สุดเหล่านี้ให้ขึ้นใจนะครับ:
掃除しておきます (Souji shite okimasu) แปลว่า "จะทำความสะอาดล่วงหน้าเตรียมไว้ก่อน" เป็นการเลือกใช้รูป 〜ておく เพื่อจุดประสงค์เชิงอนาคตที่รับแขกบ้านแขกเมืองได้เหมาะสมที่สุดครับ!
書く (Kaku) เป็นสกรรมกริยา และเมื่อนำมาผันรวมกับ 〜てあります คำช่วยข้างหน้าจะถูกยกเปลี่ยนเป็น が ทันทีเพื่อแสดงสภาพการถูกกระทำค้างคาใจไว้ล่วงหน้าครับ!
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
ちゃう (chau) เป็นรูปย่อสไตล์สนทนากลุ่มเพื่อนและคนสนิทที่พบได้ในชีวิตประจำวันบ่อยสุดๆ ครับ โดยกริยากลุ่มลงท้ายคำช่วย て จะแปลงเป็น ちゃ (cha) ส่วนคำช่วย で จะแปลงเป็น じゃ (ja) ตัวอย่างเช่น 飲んでしまう (Nonde shimau) ก็จะกลายเป็น 飲んじゃう (Nonjau) นั่นเองครับ แนะนำให้ระวังอย่าเผลอเอาไปใช้เขียนใบสมัครงานหรือคุยกับอาจารย์นะครับ เดี๋ยวจะดูไม่สุภาพเอา!
〜える (-eru) จะเป็นสกรรมกริยา (ทำบางสิ่ง) เช่น 開ける (Akeru - เปิดบางอย่าง) หรือ 閉める (Shimeru - ปิดบางอย่าง) ส่วนกริยาที่มีเสียงสะกดแถวอักษร 〜あ・る (-aru) มักเป็นอกรรมกริยา (เกิดเอง) เช่น 開く (Aku - ประตูเปิดเอง) หรือ 閉まる (Shimaru - ประตูปิดเอง) นั่นเองค่ะ หากเราจับคู่นี้ได้ ไวยากรณ์รูป ている กับ てある จะหลุดข้อสงสัยทันทีเลยค่ะ!
準備しておいてしまいました (Junbi shite oite shimaimashita) แปลว่า "เผลอทำเตรียมเผื่อไว้ล่วงหน้าซะแล้ว (ทั้งๆ ที่ไม่มีความจำเป็นต้องทำเลย รู้สึกเสียแรงฟรี)" แต่การซ้อนสองชั้นแบบนี้ต้องระมัดระวังโครงสร้างให้ถูกต้องตามความหมายที่แท้จริงเพื่อป้องกันผู้ฟังชาวญี่ปุ่นเข้าใจผิดเพี้ยนไปนะครับ