กลับหน้าคอร์ส
Verbs (自動詞 & 他動詞)

เจาะลึก อกรรมกริยา & สกรรมกริยา (自動詞 & 他動詞)

เข้าใจความต่างของกริยาคู่ที่หินที่สุด เรียนรู้การแยกแยะด้วยคำช่วย が vs を และความลึกซึ้งของ 〜ている vs 〜てある กันดีกว่า!

เริ่มฝึกในเกมเลย

ทำไมคู่กริยา "Jidoushi & Tadoushi" จึงสร้างความปวดใจให้คนไทย?

ในการเรียนภาษาญี่ปุ่นระดับกลางขึ้นไป หรือตั้งแต่หัวเลี้ยวหัวต่อในระดับ N4 มีไวยากรณ์หัวข้อหนึ่งที่มักสร้างความปวดหัวและท้อใจให้นักเรียนไทยไม่แพ้เรื่องคำช่วยเลยค่ะ นั่นคือเรื่องของ "อกรรมกริยา" (自動詞 - Jidoushi) และ "สกรรมกริยา" (他動詞 - Tadoushi) ค่ะ

ในภาษาไทย คำกริยาคำเดียวมักทำงานได้ทั้งสองหน้าที่โดยไม่ต้องเปลี่ยนหน้าตาของคำเลย เช่น เราพูดว่า "ฉันเปิดประตู" และ "ประตูเปิดอยู่" คำว่า "เปิด" สะกดเหมือนเดิมเป๊ะ! แต่ในภาษาญี่ปุ่น กระบวนการกระทำที่มนุษย์จงใจกระทำ (เขย่า/ปิด/ลบ) และสภาพการณ์ที่สิ่งของเกิดขึ้นหรือเป็นอยู่ตามธรรมชาติ (พัง/ปิด/ดับ) ถูกแบ่งแยกออกจากกันเด็ดขาดด้วยคำกริยาคนละคำกันค่ะ

หากเราใช้คำสับสน เช่น พูดว่า ❌ ドアが開けました (ประตูเปิดแล้ว - ผิดไวยากรณ์อย่างแรง) คนญี่ปุ่นอาจจะงงหรือไม่เข้าใจได้ค่ะ วันนี้ YUI เซนเซ และ YUTO คุง จะมาแจกสูตรและวิธีช่วยจำแยกแยะคู่คำกริยาสุดหินนี้ให้พวกเราเข้าใจอย่างลึกซึ้งแบบที่จะไม่มีวันลืมอีกเลยค่ะ!

🌸

คุยสนุกๆ กับ YUI เซนเซ

ยุยอยากบอกว่า มันเป็นเรื่องของ "มุมมอง" ค่ะ คนญี่ปุ่นใส่ใจมากว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นมีมนุษย์เข้าไปเกี่ยวข้องหรือเปล่า หรือเป็นแค่สภาวะที่ธรรมชาติมันเป็นของมันอยู่แล้ว ดังนั้น กริยาสองคู่นี้จึงสะท้อนถึงวิถีความคิดของชาวญี่ปุ่นได้อย่างลึกซึ้งเลยค่ะ มาเรียนรู้ทริคจำคู่ผันแบบสนุกๆ ไปพร้อมกันเลยนะค้า!

ส่วนที่ 1: เปรียบเทียบความแตกต่างพื้นฐาน (Jidoushi VS Tadoushi)

เพื่อเข้าใจแก่นแท้ของคู่กริยานี้ มาดูตารางเปรียบเทียบในแง่ของโครงสร้างไวยากรณ์และคำช่วยกันก่อนนะคะ:

เกณฑ์การเปรียบเทียบ 自動詞 (Jidoushi - อกรรมกริยา) 他動詞 (Tadoushi - สกรรมกริยา)
คําอธิบายหลัก กริยาที่ไม่ต้องการกรรมมารองรับ เน้นที่ ตัวประธานเคลื่อนไหวหรือเกิดสภาวะขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือไม่มีเจตนาของมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง กริยาที่ต้องการกรรมมารองรับเสมอ เน้นที่ การกระทำที่จงใจของมนุษย์ (มีเจตนา) กระทำกับวัตถุหรือกรรมนั้นๆ
คำช่วยที่ทำงานคู่กัน คำช่วย が (Ga) คำช่วย を (O)
ทิศทางพลังงาน พลังงานเกิดขึ้นและจบลงที่ตัวประธานเอง พลังงานพุ่งออกจากผู้กระทำไปยังตัวกรรม (วัตถุ)
ตัวอย่างประโยคภาษาไทย ไฟดับเอง, ประตูเปิดอยู่, น้ำเดือด ฉันดับไฟ, ฉันเปิดประตู, ฉันต้มน้ำ
ตัวอย่างภาษาญี่ปุ่น 電気が消える (Denki ga kieru) 電気を消す (Denki o kesu)

ส่วนที่ 2: คลังคู่คำกริยา 6 คู่หลักที่ออกสอบบ่อยที่สุด (Must-Know Pairs)

ในการสอบ JLPT N4 และ N3 จะมีคู่คำกริยาหลักๆ 6 คู่ที่มักนำมาแต่งประโยคควิซสลับตำแหน่งคำช่วยเป็นประจำค่ะ มาท่องจำคำศัพท์เหล่านี้เป็นคู่ๆ ไปพร้อมกับเสียงพากย์เสมือนจริงกันเลยนะคะ:

自動詞 (Jidoushi)
ドアが開く。
どあがあく。 (Doa ga aku)
ประตูเปิด (ประตูเปิดออกเอง หรือเป็นสภาพเปิดอยู่)
他動詞 (Tadoushi)
ドアを開ける。
どあをあける。 (Doa o akeru)
เปิดประตู (คนเป็นคนจงใจเอามือผลักเปิด)
自動詞 (Jidoushi)
窓が閉まる。
まどがしまる。 (Mado ga shimaru)
หน้าต่างปิด (หน้าต่างเลื่อนปิดลงเพราะแรงลม)
他動詞 (Tadoushi)
窓を閉める。
まどをしめる。 (Mado o shimeru)
ปิดหน้าต่าง (คนเดินไปเลื่อนปิดให้สนิท)
自動詞 (Jidoushi)
電気が消える。
でんきがきえる。 (Denki ga kieru)
ไฟดับเอง/ไฟหายไป (ระบบไฟตกหรือขัดข้อง)
他動詞 (Tadoushi)
電気を消す。
でんきをけす。 (Denki o kesu)
ปิดไฟ (คนเดินไปกดสวิตช์ปิดไฟ)

ส่วนที่ 3: เคล็ดลับ 5 รูปแบบคู่ผันช่วยแยกแยะ Jidoushi & Tadoushi

การจะจำว่าคำศัพท์ใดเป็นอัตโนมัติกริยาหรือสกรรมกริยาโดยท่องจำแบบคำต่อคำถือเป็นเรื่องยากมากค่ะ ยูโตะเซนเซได้สรุปกฎการลงท้ายเสียงกริยาที่จับคู่ผันกันไว้ 5 แพทเทิร์นหลักๆ ซึ่งช่วยให้คุณเดาประเภทของคำกริยาได้ทันทีในห้องสอบดังนี้ครับ:

📌 5 กฎคู่ขนานของระบบเสียง:

1. ตระกูล -aru (自動詞) VS -eru (他動詞):
เมื่อกริยาสองคำมีรากคำใกล้กัน เสียงลงท้าย -aru มักจะเป็น Jidoushi และเสียง -eru จะเป็น Tadoushi เสมอครับ
• 閉まる (shimaru - ปิด) VS 閉める (shimeru - ปิด)
• 掛かる (kakaru - แขวนอยู่) VS 掛ける (kakeru - แขวน)

2. ตระกูล -eru (自動詞) VS -asu (他動詞):
กริยาลงท้ายด้วย -eru จะเป็น Jidoushi และคู่ของมันที่ลงท้ายด้วย -asu จะเป็น Tadoushi เสมอครับ
• 壊れる (kowareru - พัง) VS 壊す (kowasu - ทำพัง)
• 揺れる (yurereru - สั่น) VS 揺らす (yurasu - เขย่า)

3. ตระกูล -iru (自動詞) VS -asu (他動詞):
กริยาลงท้ายด้วย -iru จะเป็น Jidoushi และคู่ที่ลงท้าย -asu จะเป็น Tadoushi เสมอครับ
• 起きる (okiru - ตื่น) VS 起こす (okosu - ปลุก)
• 落ちる (ochiru - ร่วง) VS 落とす (otosu - ทำตก)

4. ตระกูล -iru (自動詞) VS -eru (他動詞):
กริยาลงท้าย -iru เป็น Jidoushi และคู่ -eru เป็น Tadoushi เสมอครับ
• 閉じる (tojiru - ปิดม่าน/ตา) VS 閉じる (tojeru - ปิดกระดาษ)
• 落ちる (ochiru - ร่วง) VS 落とす (otosu - ทำร่วง)

5. คำชี้ชะตากรรม: กริยาลงท้ายด้วย "す" (su) เป็นสกรรมกริยา (他動詞) 99.99%!
จำทริคนี้ไว้เลยครับ กริยาคู่ใดก็ตามที่มีคำตัวหนึ่งลงท้ายด้วยเสียง す (su) ตัวนั้นจะเป็นฝ่ายที่ "มนุษย์ลงมือกระทำ" (他動詞) เสมอครับ เช่น 消す (kesu - ดับ), 出す (dasu - เอาออก), 返す (kaesu - คืน)

ส่วนที่ 4: การประยุกต์ใช้ระดับสูง: ศึกประชันรูป 〜ている (Te-iru) VS 〜てある (Te-aru)

นอกจากคำช่วยแล้ว ความสับสนสูงสุดของผู้เรียนชาวไทยจะพุ่งทะลุขีดจำกัดเมื่อต้องเปรียบเทียบโครงสร้างไวยากรณ์บอกสภาวะหลังการเปลี่ยนแปลง ระหว่าง 「〜ている」 และ 「〜てある」 ค่ะ มาศึกษาความแตกต่างอันลึกซึ้งนี้กันนะคะ:

1. โครงสร้าง [自動詞 + ている] (Jidoushi + Te-iru)
บ่งชี้ถึง **"สภาพปัจจุบันที่คงเหลืออยู่หลังจากสิ่งนั้นเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ"** โดยผู้พูด ไม่สนใจหรือไม่ได้สนใจเลยว่าใครเป็นคนทำ
ドアが開いています。 (Doa ga aite imasu.)
ความหมาย: ประตูเปิดอยู่ค่ะ (เน้นแค่ภาพตรงหน้าที่เห็นว่ามันเปิดอ้าอยู่ ไม่รู้หรือไม่อยากรู้ว่าใครไปเปิดไว้)
2. โครงสร้าง [他動詞 + てある] (Tadoushi + Te-aru)
บ่งชี้ถึง **"สภาพปัจจุบันที่เป็นผลลัพธ์จากการที่ 'มีใครบางคนจงใจทำไว้' ด้วยจุดประสงค์ใดจุดประสงค์หนึ่ง"** (มักแฝงความหมายว่าทำเพื่อการเตรียมตัวล่วงหน้า)
ドアが開けてあります。 (Doa ga akete arimasu.)
ความหมาย: ประตูเปิดทิ้งไว้ค่ะ (มีคนจงใจเปิดไว้ด้วยวัตถุประสงค์บางอย่าง เช่น เพื่อให้อากาศถ่ายเท หรือเตรียมต้อนรับแขก) *สังเกตว่าคำช่วยเปลี่ยนเป็น が แม้กริยาจะเป็น他動詞

บทสนทนาจำลองในที่ทำงาน: ยุยเซนเซจอมซุ่มซ่าม

ลองมาสังเกตการเลือกใช้คำกริยาคู่และรูปประโยคบอกสถานะในสถานการณ์จริงที่ออฟฟิศทำงานกันค่ะ:

🌸 YUI: あ、大変!パソコンが壊れちゃった!どうしよう、画面が消えている
(A, taihen! Pasokon ga kowarechatta! Dou shiyou, gamen ga kiete iru!)
*แปล: อ๊ะ แย่แล้ว! คอมพิวเตอร์พังไปซะแล้ว! ทำไงดี หน้าจอดับไปเฉยเลย! (คอมพิวเตอร์เกิดพังเสียหายเองใช้ 自動詞 壊れる และหน้าจอดับอยู่ใช้ 消えている)

🦊 YUTO: ええ!?ゆいさん、また何か設定を壊したの?ちょっと見せて。あ、ただ電源コードが抜けているだけですよ。
(Ee!? Yui-san, mata nika settei o kowashita no? Chotto misete. Aa, tada dengen koudo ga nukete iru dake desu yo.)
*แปล: เอ๋!? ยุ้ยซัง ไปเผลอทำระบบตั้งค่าพัง (มีเจตนาคนทำพังใช้ 他動詞 壊す) อีกแล้วหรอครับ? ขอดูหน่อยสิครับ อ๋อ แค่สายปลั๊กไฟมันหลุดอยู่น่ะครับ

🌸 YUI: よかったー!あ、会議室のエアコンはもうつけてある?暑いから先につけておいて
(Yokatta-! A, kaigishitsu no eakon wa mou tsukete aru? Atsui kara saki ni tsukete oite!)
*แปล: โล่งอกไปที! อ้อ แอร์ในห้องประชุมมีคนจงใจเปิดทิ้งเตรียมไว้แล้วหรือยังคะ (ใช้รูป つけてある เพื่อยืนยันสภาพการเตรียมพร้อม) มันร้อนช่วยเปิดทิ้งไว้ก่อนเลยนะ!

ตารางสรุปย่อจดจำทันที (Jidoushi & Tadoushi Cheat Sheet)

จำง่ายๆ สำหรับลุยสนามสอบวัดระดับ:

💡 สูตรลัดคำช่วย:
[Noun] が [自動詞] (Jidoushi) = สภาพเกิดขึ้นเอง (เช่น ประตูเปิด)
[Noun] を [他動詞] (Tadoushi) = มนุษย์จงใจลงมือทำ (เช่น เปิดประตู)

💡 สูตรลัดบอกสภาวะ:
[自動詞] + ている (Te-iru) = สภาพเกิดขึ้นและคงอยู่ลอยๆ (เช่น กระจกแตกอยู่)
[他動詞] + てある (Te-aru) = มีสภาพคงอยู่จากการตั้งใจทำของใครบางคน (เช่น เอกสารเตรียมวางไว้อยู่)
📝 แบบทดสอบความเชี่ยวชาญเรื่องกริยาคู่ภาษาญี่ปุ่น
คำถามข้อที่ 1: คุณต้องการบอกเพื่อนว่า "เผลอทำแก้วกาแฟใบโปรดแตกไปซะแล้ว" (ยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดในการจงใจถือพลาดของตนเอง) ประโยคในข้อใดถูกต้องเป๊ะตามหลักสกรรมกริยา?
❌ ประโยคนี้แปลว่า "แก้วแตกเอง/แก้วแตกแล้ว" ในลักษณะเหตุการณ์เกิดขึ้นภายนอกเจตนาของมนุษย์ค่ะ การใช้ が 割れました จึงไม่ใช่โครงสร้างของการสารภาพความผิดในการทำของแตกของตัวเองค่ะ
🎉 ถูกต้องแล้วค่ะ! การทำของแตกเสียหายด้วยตนเอง จะถือเป็นสกรรมกริยาที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ 他動詞 (Tadoushi) จึงต้องจับคู่ใช้คำช่วย を (o) และคำกริยาผันลงท้ายเสียง -す (su) หรือเสียงเฉพาะอย่าง 割る (waru) ประโยคนี้จึงสื่อความหมายได้อย่างแม่นยำที่สุดค่ะ
คำถามข้อที่ 2: ในห้องเรียนมีป้ายเขียนว่า "ตารางสอบแปะเตรียมพร้อมไว้แล้วบนกระดานดำ" โครงสร้างสอดคล้องกับเจตนาที่มีคนนำไปติดเพื่อเตรียมการคือข้อใด?
🎉 ถูกต้องสุดยอดค่ะ! ตารางสอบถูกนำไปแปะติดไว้เพื่อเป้าหมายในการให้ข้อมูลล่วงหน้า (มีเจตนาเตรียมพร้อม) การใช้โครงสร้าง [他動詞 貼る + てある] จึงตอบสนองความหมายนี้ได้อย่างสวยงามและสมบูรณ์แบบค่ะ!
❌ ยังไม่ถูกต้องค่ะ! เพราะกริยา 貼る (haru - แปะ) เป็นสกรรมกริยา (他動詞) หากเรานำมาสวมรูป ている (te-iru) จะแปลว่า "กระดาษกำลังแผ่ขยายตัวเองแปะอยู่" ซึ่งผิดทั้งธรรมชาติของไวยากรณ์และความหมายในเชิงสภาวะค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) - ไขข้อข้องใจเรื่อง Jidoushi & Tadoushi

Q1: มีคำกริยาภาษาญี่ปุ่นบางคำที่สามารถทำหน้าที่เป็นได้ทั้ง Jidoushi และ Tadoushi ในคำเดียวกันไหมคะ?
คำตอบจาก YUI เซนเซ: มีค่ะ! แม้จะมีจำนวนน้อยมากแต่ก็มีคำกริยาประเภท "กริยาสองเพศ" (自他同形 - Jitado Kei) อยู่จริงค่ะ ตัวอย่างที่พบบ่อยมากคือคำว่า 開く (hiraku - เปิด) และ 閉じる (tojiru - ปิด) ซึ่งสามารถจับคู่ได้ทั้งคำช่วย が และ を โดยไม่มีการเปลี่ยนรูปคำค่ะ เช่น 本を開く (เปิดหนังสือ) และ 道が開く (เส้นทางเปิดออก) ค่ะ
Q2: ทำไมคำกริยาเคลื่อนที่อย่าง "เดินสวนสาธารณะ" (公園を歩く) จึงใช้คำช่วย を ทั้งๆ ที่ 歩く เป็นกริยาที่ไม่ต้องการกรรม (自動詞) ครับ?
คำตอบจาก YUTO เซนเซ: เป็นคำถามที่ดีระดับอัจฉริยะเลยครับ! เพราะคำช่วย を (o) ในประโยคนี้ไม่ได้ทำหน้าที่บ่งบอก "กรรมตรง" ครับ แต่ทำหน้าที่ระบุ "ขอบเขตพื้นที่ของการเคลื่อนผ่านหรือเดินจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง" (Space of Movement) ซึ่งเป็นข้อยกเว้นทางไวยากรณ์สำหรับกริยาอัตโนมัติที่เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ เช่น เดิน (歩く), บิน (飛ぶ), วิ่ง (走る) ครับ
Q3: ถ้าเรามองไม่เห็นว่าใครเป็นคนดับไฟ แต่เรารู้อยู่แก่ใจว่าแม่เป็นคนทำ เราสามารถเลือกใช้รูป 自動詞 (消える) ได้ไหมคะ?
คำตอบจาก YUI เซนเซ: เลือกได้ค่ะ! ขึ้นอยู่กับว่าผู้พูด "ต้องการจะเน้นย้ำสภาวะของอะไร" หากต้องการเล่าแค่ผลลัพธ์ว่า "อ้าว! ไฟมันดับลงไปแล้วนะ" ก็เลือกใช้ 電気が消えました ได้อย่างอิสระค่ะ แต่ถ้าต้องการรายงานผลงานของแม่ว่า "แม่เป็นคนดับไฟดวงนั้นไปแล้วจ้า" ก็พูดว่า お母さんが電気を消しました เพื่อแสดงความจดจำถึงตัวคนทำได้ดีกว่าค่ะ!