🎮 ย้อนกลับหน้าแรก
🍣 Survival Japanese — สั่งอาหาร กินดื่มในญี่ปุ่น

ศัพท์เครื่องปรุงและส่วนผสมอาหารญี่ปุ่น

รวมคำศัพท์และวัฒนธรรมเมื่อเข้าไปร้านอาหารในญี่ปุ่น อ่านเมนู สั่งอาหาร ซื้อตั๋ว รสชาติ ครบจบในคอร์สนี้

🧂 U1: เครื่องปรุง 😋 U2: รสชาติ 🥩 U3: เนื้อสัตว์ 🍻 U4: เครื่องดื่ม 🍚 U5: ปริมาณ 🍽️ U6: ในร้านอาหาร
🧂
เครื่องปรุงและส่วนผสม
Seasonings & Ingredients
しお (เกลือ)
💬 รสชาติพื้นฐานที่สุดของอาหารญี่ปุ่น ถ้าไม่อยากกินรสจัดต้องสั่งแบบนี้
📍 Shio (しお) = เกลือ / รสเกลือ
しょうゆ (โชยุ)
💬 ซอสถั่วเหลืองญี่ปุ่นที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะกินซูชิหรือราเมง
💎 Shouyu (しょうゆ) = โชยุ / ซอสถั่วเหลือง
みそ (มิโซะ)
💬 ถั่วหมักญี่ปุ่นที่ใช้ทำซุปหรือปรุงรสอาหารให้กลมกล่อม
📝 Miso (みそ) = มิโซะ / เต้าเจี้ยวญี่ปุ่น
たれ (ซอส / ทาริ)
💬 ซอสรสเข้มข้นที่มักใช้ทาบนของย่างเช่น ยากิโทริ หรือ ข้าวหน้าปลาไหล
✨ Tare (たれ) = ซอสปรุงรสเข้มข้น
あまい (หวาน)
💬 ใช้บอกรสชาติอาหารหรือขนมที่ถูกปากสายหวาน
📝 Amai (あまい) = หวาน
すっぱい (เปรี้ยว)
💬 รสชาติของบ๊วยดองหรือน้ำส้มสายชูในข้าวซูชิ
✨ Suppai (すっぱい) = เปรี้ยว
にがい (ขม)
💬 รสชาติของผักบางชนิดหรือมัทฉะแท้ๆ
📌 Nigai (にがい) = ขม
しょっぱい (เค็ม)
💬 ถ้ากินราเมงแล้วรู้สึกว่ารสจัดเกินไป ให้ใช้คำนี้บอกคนญี่ปุ่นได้
💎 Shoppai (しょっぱい) = เค็ม
こい (รสจัด / รสเข้ม)
💬 ใช้บอกเมื่อต้องการรสชาติที่เข้มข้นกว่าปกติ เช่น น้ำซุปราเมง
📝 Koi (こい) = เข้มข้น / รสจัด
うすい (รสอ่อน / รสจาง)
💬 ใช้บอกเมื่ออาหารรสชาติจืดไป หรือต้องการน้ำซุปที่ใสและเบากว่า
📍 Usui (うすい) = จาง / อ่อน / จืด

🥢
Dining Tips — วัฒนธรรมการกินที่ควรรู้
🧤
โอชิโบริ (Oshibori)

お絞り(おしぼり)

เมื่อเข้าร้านอาหารญี่ปุ่น พนักงานจะเสิร์ฟผ้าร้อนหรือผ้าเย็นต้อนรับ (Oshibori) ใช้สำหรับเช็ดมือก่อนทานอาหาร ไม่ควรนำมาเช็ดหน้าเด็ดขาด!
🙋
คำว่า 'ซุมิมาเซ็น' เรียกพนักงาน

すみません(すみません)

ถ้าไม่มีปุ่มกดเรียกบนโต๊ะ คนญี่ปุ่นมักจะพูดว่า 'Sumimasen' (ขอโทษนะคะ/ครับ) เสียงดังนิดนึง เพื่อเรียกพนักงานให้มารับออเดอร์

🔍 เครื่องปรุงและส่วนผสมอาหารญี่ปุ่น (Seasonings & Ingredients)

ผู้เขียน: YUI&YUTO ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารญี่ปุ่นและภาษา

หัวใจของรสชาติญี่ปุ่น: กฎ 'ซา-ชิ-ซุ-เซะ-โซะ' (Sa-Shi-Su-Se-So)

ความลับของรสชาติที่กลมกล่อมและเป็นเอกลักษณ์ของอาหารญี่ปุ่นซ่อนอยู่ในเครื่องปรุงพื้นฐาน 5 ชนิด ซึ่งคนญี่ปุ่นเรียกกันติดปากว่า Sa-Shi-Su-Se-So (さ・し・す・せ・そ) นี่คือสูตรสำเร็จในการปรุงอาหารที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ

さ (Sa) - Sato (น้ำตาล): ความหวานคือรสชาติแรกที่ซึมซาบเข้าสู่วัตถุดิบ น้ำตาลจึงถูกใส่เป็นลำดับแรกในการตุ๋นหรือต้ม

し (Shi) - Shio (เกลือ): เกลือไม่เพียงเพิ่มความเค็ม แต่ยังดึงน้ำออกจากวัตถุดิบ ทำให้รสชาติเข้มข้นขึ้น การเลือกใช้เกลือทะเลหรือเกลือสินเธาว์ก็มีผลต่อรสชาติที่ต่างกัน

す (Su) - Su (น้ำส้มสายชู): ความเปรี้ยวช่วยชูรสและตัดเลี่ยน ใช้มากในการทำซูชิ (ซูชิสุ) หรือของดอง (สึเคะโมโนะ)

せ (Se) - Shoyu (โชยุ): โชยุในอดีตเคยถูกเรียกว่า Seuyu จึงเป็นที่มาของตัว Se โชยุคือจิตวิญญาณของอาหารญี่ปุ่น มีทั้งแบบสีเข้ม (Koikuchi) และสีอ่อน (Usukuchi)

そ (So) - Miso (มิโซะ): เต้าเจี้ยวหมักที่อุดมด้วยโปรตีนและโปรไบโอติก การใส่มิโซะต้องใส่เป็นลำดับสุดท้ายและไม่ควรต้มจนเดือดพล่าน เพราะจะทำให้กลิ่นหอมและจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์หายไป

นอกจากเครื่องปรุงทั้ง 5 แล้ว ดาชิ (Dashi) หรือน้ำซุปพื้นฐานที่ทำจากคอมบุ (สาหร่าย) และคัตสึโอะบูชิ (ปลาแห้ง) คือสิ่งที่มอบรส "อูมามิ" อันเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าคุณจะไปกินโอเด้ง ราเมง หรือไข่ม้วน (ทามาโกะยากิ) คุณก็จะได้สัมผัสกับรสชาติของดาชิเสมอ


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: โชยุขวดฝาแดงกับฝาดำในร้านซูชิต่างกันอย่างไร?
A1: มักจะต่างกันที่ความเข้มข้น บางร้านฝาแดงคือโชยุธรรมดา ส่วนฝาดำคือโชยุสูตรหวาน (Amakuchi) สำหรับคนชอบรสกลมกล่อม

Q2: การนำวาซาบิไปละลายในโชยุถือว่าผิดมารยาทไหม?
A2: เชฟซูชิส่วนใหญ่ไม่แนะนำครับ เพราะจะทำให้กลิ่นวาซาบิจางหายและโชยุเสียรสชาติ วิธีที่ถูกคือแตะวาซาบิบนเนื้อปลา แล้วนำเนื้อปลาไปจิ้มโชยุ

Q3: ดาชิ (Dashi) ทำมาจากอะไร ทำไมถึงมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์?
A3: ดาชิคือหัวใจของความอูมามิ มักสกัดจากสาหร่ายคอมบุและปลาโอแห้งขูด (คัตสึโอะบูชิ) หรือบางครั้งก็ใช้ปลาซาร์ดีนแห้งและเห็ดหอม