รวมคำศัพท์และวัฒนธรรมเมื่อเข้าไปร้านอาหารในญี่ปุ่น อ่านเมนู สั่งอาหาร ซื้อตั๋ว รสชาติ ครบจบในคอร์สนี้
乾杯(かんぱい)
チップ不要(ちっぷふよう)
ผู้เขียน: YUI&YUTO ผู้เชี่ยวชาญวัฒนธรรมการรับรสแบบญี่ปุ่น
คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมอาหารญี่ปุ่นถึงอร่อยจนหยุดกินไม่ได้ แม้ว่าบางจานจะดูเรียบง่ายแค่ไหนก็ตาม? คำตอบอยู่ที่รสชาติที่ 5 ที่เรียกว่า อูมามิ (Umami)
การค้นพบอูมามิ: รสอูมามิถูกค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นชื่อ ดร.คิคุนาเอะ อิเคดะ ในปี 1908 เขาพยายามหาคำตอบว่าทำไมน้ำซุปเต้าหู้ของภรรยาถึงอร่อยนัก จนพบว่ามาจากกรดกลูตามิกในสาหร่ายคอมบุนั่นเอง
ศิลปะแห่งความสมดุล: อาหารญี่ปุ่นแท้ๆ จะไม่เน้นรสจัดจ้านจนเกินไป ไม่หวานเจี๊ยบ ไม่เค็มปี๊ด แต่จะเน้นการดึงรสชาติตามธรรมชาติของวัตถุดิบออกมาให้มากที่สุด โดยใช้รสอูมามิเป็นตัวประสาน
การอธิบายรสชาติแบบญี่ปุ่น: คนญี่ปุ่นมีคำศัพท์อธิบายรสชาติที่ละเอียดอ่อนมาก เช่น "Assari" (รสอ่อนๆ ทานง่าย) "Kotteri" (รสเข้มข้น มันวาว) หรือ "Piri-kara" (เผ็ดนิดๆ พอให้ลิ้นชา) การที่คุณรู้จักคำเหล่านี้ จะช่วยให้คุณสั่งราเมงหรืออาหารได้ตรงใจยิ่งขึ้น
ตัวอย่างเช่น เมื่อไปร้านราเมงสายทงคตสึ (ซุปกระดูกหมู) คุณมักจะเจอซุปแบบ "Kotteri" ที่มันย่องและเข้มข้นสุดๆ ซึ่งเป็นที่โปรดปรานของวัยรุ่นและคนทำงานที่ต้องการพลังงาน แต่ถ้าคุณอยากได้อะไรที่เบาท้องกว่า ต้องมองหาคำว่า "Assari"
Q1: ทำไมอาหารญี่ปุ่นบางชนิดถึงมีรสหวานนำ?
A1: การใช้มิรินและน้ำตาลในการตุ๋น (Nimono) เป็นวัฒนธรรมที่แพร่หลาย โดยเฉพาะในแถบคันโต ความหวานช่วยให้รสชาติกลมกล่อมและเก็บอาหารได้นานขึ้น
Q2: คำว่า 'รสชาติผู้ใหญ่' (Otona no aji) หมายถึงอะไร?
A2: มักใช้เปรียบเปรยอาหารที่มีรสขม หรือรสฝาด เช่น มัทฉะเข้มๆ กาแฟดำ หรือเบียร์ ซึ่งเด็กๆ มักจะไม่ชอบ แต่พอโตขึ้นจะเข้าใจความอร่อยนั้นเอง
Q3: คนญี่ปุ่นทานเผ็ดได้ไหม?
A3: คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่ถนัดทานอาหารรสเผ็ดจัดแบบไทย (Gekikara) รสเผ็ดของญี่ปุ่นมักมาจากพริกป่นชิจิมิ หรือวาซาบิ ซึ่งเผ็ดแบบขึ้นจมูกและจางไปอย่างรวดเร็ว