คำศัพท์ญี่ปุ่นและประโยคเอาชีวิตรอดที่คนไทยทุกคนต้องรู้ เมื่อป่วยหรือมีเหตุฉุกเฉิน
海外旅行保険(かいがいりょこうほけん)
フロント(ふろんと)
ผู้เขียน: YUI&YUTO ผู้เชี่ยวชาญด้านศัพท์โรคภัยไข้เจ็บ
การเจ็บป่วยระหว่างเดินทางที่พบบ่อยที่สุดมักจะเป็นโรคทั่วไปที่เกิดจากการเปลี่ยนสภาพอากาศหรือการกินอาหารที่ผิดแปลกไป การบอกชื่ออาการเบื้องต้นให้เภสัชกรหรือแพทย์ทราบ จะช่วยให้คุณได้รับยาที่ตรงจุดและหายป่วยได้เร็วขึ้น
1. อาการหวัดและไข้ (Kaze / Netsu): "Kaze wo hikimashita" แปลว่า ฉันเป็นหวัด อาการหวัดที่ญี่ปุ่นมักจะมาพร้อมกับไข้ (Netsu) หากคุณไปหาหมอ สิ่งแรกที่พยาบาลจะให้คุณทำคือ วัดไข้ (Taion) คนญี่ปุ่นถือว่าอุณหภูมิร่างกายปกติคือ 36.5 องศาเซลเซียส หากเกิน 37.5 จะถือว่ามีไข้ (Netsu ga arimasu)
2. ภูมิแพ้ละอองเกสร (Kafunsho): นี่คือ 'โรคประจำชาติ' ของญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม) ละอองเกสรดอกซูกิ (Cedar) จะปลิวว่อนไปทั่ว ทำให้หลายคนมีอาการจาม (Kushami) น้ำมูกไหล (Hanamizu) และคันตา หากคุณมีอาการเหล่านี้ช่วงฤดูใบไม้ผลิ ให้เดินเข้าร้านขายยาและมองหาโซน "Kafunsho" ได้เลย จะมียาแก้แพ้และยาหยอดตาให้เลือกเพียบ
3. อาหารเป็นพิษ (Shokuchudoku) และ ท้องเสีย (Geri): การทานของดิบ ซาชิมิ หรืออาหารทะเลในญี่ปุ่น บางครั้งก็อาจแจ็คพอตเจออาหารเป็นพิษได้ หากคุณมีอาการอาเจียน (Haku) และท้องเสีย (Geri) ให้รีบดื่มน้ำเกลือแร่ (หาซื้อได้ตามตู้กดน้ำ เช่น ยี่ห้อ Pocari Sweat หรือ Aquarius) และหากอาการไม่ดีขึ้น ให้ไปคลินิกและแจ้งว่า "Shokuchudoku kamo shiremasen" (อาจจะอาหารเป็นพิษครับ/ค่ะ)
ข้อควรระวังเรื่อง 'ยาหอม' หรือ 'ยาดม': คนไทยมักจะพกยาดมหรือยาหอมติดตัวไปแก้เวียนหัว (Memai) แต่ที่ญี่ปุ่นไม่มีวัฒนธรรมการดมยาดม หากคุณนำยาดมขึ้นมาสูดฟื้ดๆ ในรถไฟ คนญี่ปุ่นอาจจะมองด้วยความงงๆ หรือคิดว่าคุณกำลังสูดสารเสพติดอยู่! ดังนั้นควรใช้แบบเงียบๆ หรือเปลี่ยนไปใช้ยาหม่องแบบทาจะดีกว่าครับ
Q1: อยากบอกหมอว่า 'มีเสมหะ' พูดว่าอย่างไร?
A1: เสมหะในภาษาญี่ปุ่นคือ 'Tan' (ตัน) เพื่อนๆ สามารถพูดว่า "Tan ga demasu" (มีเสมหะออกมา) หรือ "Tan ga karamimasu" (เสมหะติดคอ)
Q2: ยาแก้หวัดญี่ปุ่นแรงไหม กินแล้วง่วงหรือเปล่า?
A2: ยาแก้หวัดรวม (Sogo Kaze-yaku) ของญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักมีส่วนผสมของยาแก้แพ้ที่ทำให้ง่วงนอนครับ หากคุณต้องการแบบไม่ง่วง ให้มองหาคำว่า "Nemukunaranai" (ไม่ทำให้ง่วง) บนกล่อง
Q3: 'การ์ดแพ้อาหาร' คืออะไร และจำเป็นไหม?
A3: จำเป็นมากสำหรับผู้ที่มีประวัติแพ้อาหารรุนแรง (Allergy) คุณควรปรินต์การ์ดที่มีข้อความภาษาญี่ปุ่นระบุชัดเจนว่าคุณแพ้อะไร เช่น ถั่วลิสง (Pinattsu) หรือกุ้ง (Ebi) และยื่นให้พนักงานร้านอาหารดูทุกครั้ง