🎮 ย้อนกลับหน้าแรก
🏥 Survival Japanese — กรณีฉุกเฉินและเจ็บป่วยในญี่ปุ่น

อุบัติเหตุ บาดแผล และเรียกแอมบูแลนซ์ญี่ปุ่น

คำศัพท์ญี่ปุ่นและประโยคเอาชีวิตรอดที่คนไทยทุกคนต้องรู้ เมื่อป่วยหรือมีเหตุฉุกเฉิน

🤕 U1: อาการปวด 🤒 U2: ไข้หวัด 🤢 U3: ระบบอาหาร 🚑 U4: อุบัติเหตุ 📜 U5: ภูมิแพ้ 💊 U6: การใช้ยา
🚑
อุบัติเหตุและบาดแผล
Accidents & Injuries
けが (บาดแผล / บาดเจ็บ)
💬 คำทั่วไปที่ใช้เรียกการบาดเจ็บทางร่างกาย
💎 Kega (けが) = แผล / การบาดเจ็บ
(เลือด)
💬 ถ้ามีเลือดออก ให้ชี้ที่แผลแล้วบอกว่า 'Chi' พนักงานจะรีบหาสิ่งที่ช่วยห้ามเลือดให้
✨ Chi (ち) = เลือด
ねんざ (ข้อเท้าแพลง / เคล็ด)
💬 เดินสะดุดหรือตกบันไดจนข้อเท้าแพลง ต้องใช้คำนี้เพื่อซื้อยาพ่นหรือยาแนวแก้เคล็ด
✨ Nenza (ねんざ) = ข้อเท้าแพลง / อาการเคล็ด
やけど (แผลพุพอง / ไฟไหม้)
💬 ใช้เมื่อโดนน้ำร้อนลวกหรือแตะโดนของร้อนๆ
💎 Yakedo (やけど) = ไฟไหม้ / น้ำร้อนลวก
きりきず (แผลถูกบาด)
💬 ใช้กับแผลที่โดนของมีคมบาด เช่น มีด หรือ ขอบกระดาษ
📍 Kirikizu (きりきず) = แผลถูกบาด
すりきず (แผลถลอก)
💬 แผลที่เกิดจากการครูดหรือถลอก เช่น ล้มเข่ากระแทกพื้น
📌 Surikizu (すりきず) = แผลถลอก
むしさされ (แมลงกัดต่อย)
💬 ใช้เมื่อโดนยุงหรือแมลงกัด แล้วต้องการยามาทาแก้คัน
📌 Mushisasere (むしさされ) = แมลงกัดต่อย
しっしん (ผื่นคัน / ผื่นผิวหนัง)
💬 ใช้เมื่อมีผื่นแดงขึ้นตามตัวโดยไม่ทราบสาเหตุ
📌 Shisshin (しっしん) = ผื่น / โรคผิวหนังอักเสบ
かゆい (คัน)
💬 ความรู้สึกคันที่ผิวหนัง อยากจะเกา
💎 Kayui (かゆい) = คัน
はれる (บวม)
💬 ใช้บอกอาการที่ผิวหนังนูนเป่งขึ้นมาจากการอักเสบหรือกระแทก
📌 Hareru (はれる) = บวม

🚨
Medical Tips — สิ่งที่ต้องรู้เมื่อป่วยที่ญี่ปุ่น
📃
การขอใบรับรองแพทย์

診断書(しんだんしょ)

เพื่อนำมาเบิกประกันการเดินทาง ต้องขอ 'Shindansho' (ใบรับรองแพทย์) และใบเสร็จรับเงินจากโรงพยาบาลตัวจริงเสมอ
📞
สายด่วนนักท่องเที่ยว JNTO

観光局ホットライン(かんこうきょくほっとらいん)

Japan Visitor Hotline: โทร 050-3816-2787 ให้บริการ 24 ชั่วโมง มีภาษาอังกฤษและสามารถช่วยประสานงานในกรณีฉุกเฉินทางการแพทย์ได้

🔍 แผนกในโรงพยาบาลและคลินิก (Departments & Clinics)

ผู้เขียน: YUI&YUTO ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสาธารณสุขญี่ปุ่น

ป่วยแล้วต้องไปไหน? ไขข้อข้องใจแผนกต่างๆ ในญี่ปุ่น

ความสับสนอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวเมื่อล้มป่วยในญี่ปุ่นคือ "ฉันต้องไปหาหมอที่ไหน?" เพราะระบบคลินิกของญี่ปุ่นถูกแบ่งออกเป็นเฉพาะทางอย่างชัดเจน หากคุณไปผิดคลินิก หมออาจจะปฏิเสธการรักษาและแนะนำให้คุณไปคลินิกอื่นแทน ซึ่งทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

แผนกพื้นฐานที่คุณควรรู้จัก:
- Naika (อายุรกรรม): นี่คือ "แผนกครอบจักรวาล" หากคุณมีอาการไข้หวัด ปวดท้อง ท้องเสีย หรืออาการป่วยที่มองไม่เห็นจากภายนอก ให้พุ่งตรงไปที่คลินิกป้าย "内科" (Naika) ได้เลย หมออายุรกรรมจะเป็นด่านแรกที่ช่วยคัดกรองโรคให้คุณ
- Geka (ศัลยกรรม/อุบัติเหตุ): หากคุณหกล้ม มีแผลเปิด กระดูกหัก หรือโดนมีดบาด ต้องมาที่แผนก "外科" (Geka) อย่าสับสนกับคลินิกความงามนะครับ!
- Jibi-inkouka (หู คอ จมูก): แผนกยอดฮิตในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เพราะคนญี่ปุ่นเป็นภูมิแพ้ละอองเกสร (Kafunsho) กันเยอะมาก รวมถึงหากคุณมีเสมหะ เจ็บคอรุนแรง หรือหูอื้อจากการขึ้นเครื่องบิน ก็ต้องมาแผนกนี้ครับ
- Hifuka (ผิวหนัง): สำหรับอาการแพ้ที่แสดงออกทางผิวหนัง ผื่นแดง แมลงสัตว์กัดต่อย หรือโดนพืชมีพิษ

ข้อควรรู้เกี่ยวกับ "Sogo Byoin" (โรงพยาบาลทั่วไป): โรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีครบทุกแผนก มักจะสงวนไว้สำหรับผู้ป่วยหนัก ผู้ป่วยฉุกเฉิน หรือผู้ที่ได้รับ "ใบส่งตัว" (Shokaijo) จากคลินิกเล็กๆ เท่านั้น หากคุณเดินเข้าไป (Walk-in) โดยไม่มีใบส่งตัว คุณจะต้องเสียค่าธรรมเนียมพิเศษ (Sentai Ryoyohi) ซึ่งอาจสูงถึง 5,000 - 10,000 เยน เลยทีเดียว!


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: คลินิกในญี่ปุ่นเปิด-ปิดกี่โมง?
A1: คลินิกส่วนใหญ่มักเปิด 9:00 - 12:00 น. และพักเที่ยงนานถึงบ่ายสองหรือบ่ายสาม ก่อนจะเปิดอีกครั้งช่วง 15:00 - 18:00 น. และ มักจะหยุดทุกบ่ายวันพฤหัสบดี วันเสาร์บ่าย และวันอาทิตย์ทั้งวัน

Q2: ผู้หญิงที่มีปัญหาปวดท้องประจำเดือนรุนแรง ควรไปแผนกไหน?
A2: ควรไปแผนกสูตินรีเวช เรียกว่า "Fujinka" (婦人科) หมอจะสามารถตรวจและสั่งยาแก้ปวดเฉพาะทางหรือยาปรับฮอร์โมนให้ได้

Q3: หมอฟันที่ญี่ปุ่น (Shika) รับนักท่องเที่ยวไหม?
A3: รับครับ แต่คลินิกทันตกรรมในญี่ปุ่น 100% ต้อง "โทรจองล่วงหน้า" (Yoyaku) เท่านั้น และค่าทำฟันที่ไม่มีประกันสุขภาพญี่ปุ่นจะแพงมาก ควรเตรียมวงเงินประกันให้พร้อม