คำศัพท์ญี่ปุ่นและประโยคเอาชีวิตรอดที่คนไทยทุกคนต้องรู้ เมื่อป่วยหรือมีเหตุฉุกเฉิน
ドラッグストア(どらっぐすとあ)
水道水(すいどうすい)
ผู้เขียน: YUI&YUTO นักล่าไอเทมเด็ดจากร้าน Drugstore ญี่ปุ่น
เมื่อพูดถึง "ร้านขายยา" (Yakkyoku หรือ Drugstore) ในประเทศญี่ปุ่น ภาพจำของคนไทยหลายคนคือสถานที่ซื้อเครื่องสำอาง สกินแคร์ หรือขนมของฝาก (เช่น ร้าน Matsumoto Kiyoshi หรือ Don Quijote) แต่ในความเป็นจริงแล้ว ร้านเหล่านี้คือที่พึ่งพายามยากเมื่อคุณมีอาการป่วยเบาๆ
ประเภทร้านขายยาในญี่ปุ่นที่คุณต้องรู้:
1. Drugstore (Doraggu-sutoa): ขายยาสามัญประจำบ้าน (OTC - Over The Counter) วิตามิน เครื่องสำอาง และของใช้ทั่วไป คุณสามารถเลือกหยิบยาแก้หวัด พลาสเตอร์ หรือยาแก้ปวดได้เองจากชั้นวาง
2. Yakkyoku (ร้านจ่ายยาตามใบสั่ง): มักตั้งอยู่ใกล้ๆ โรงพยาบาลหรือคลินิก มีสัญลักษณ์รูปกากบาทสีเขียว ร้านเหล่านี้ จะไม่ขายยาให้คุณ หากคุณไม่มีใบสั่งยา (Shohosen) จากแพทย์ ดังนั้นถ้าจะซื้อยาแก้หวัดทั่วไป อย่าเข้าผิดร้านเด็ดขาด
การแบ่งประเภทยาตามกฎหมายญี่ปุ่น: ยาสามัญที่วางขายใน Drugstore จะถูกแบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก ซึ่งสังเกตได้จากตัวเลขบนกล่องยา:
- ยาประเภทที่ 1 (Dai 1-rui Iyakuhin): ยาที่มีความเสี่ยงด้านผลข้างเคียงสูงที่สุด คุณไม่สามารถหยิบเองได้ ต้องให้เภสัชกรประจำร้าน (Yakuzaishi) หยิบให้และอธิบายวิธีใช้เท่านั้น (เช่น ยาแก้ปวดรุนแรงอย่าง Loxonin S)
- ยาประเภทที่ 2 (Dai 2-rui Iyakuhin): ยาทั่วไปที่มีผลข้างเคียงปานกลาง เช่น ยาแก้หวัด ยาแก้ปวดหัวทั่วไป (เช่น Eve หรือ Pabron) คุณสามารถหยิบซื้อเองได้
- ยาประเภทที่ 3 (Dai 3-rui Iyakuhin): ยาที่มีความเสี่ยงต่ำสุด เช่น วิตามิน ยาหยอดตา ยาทาแก้แมลงกัดต่อย
เคล็ดลับการคุยกับเภสัชกร: หากคุณไม่แน่ใจว่าจะซื้อยาตัวไหนดี ให้เดินไปหาพนักงานที่ใส่เสื้อกาวน์สีขาว (เภสัชกร) แล้วบอกอาการสั้นๆ เช่น "Atama ga itai desu" (ปวดหัว) หรือ "Kaze-yaku wo kudasai" (ขอยาแก้หวัดหน่อย) พวกเขาจะช่วยเลือกยาที่เหมาะสมที่สุดให้คุณ บางร้านใหญ่ๆ ในย่านท่องเที่ยวอาจมีล่ามหรือพนักงานที่พูดภาษาอังกฤษ/จีน/ไทย ได้อีกด้วย
Q1: ฉันสามารถพกยาประจำตัวจากไทยเข้าญี่ปุ่นได้ไหม?
A1: ได้ครับ สำหรับยาทั่วไปสามารถนำเข้าได้ในปริมาณสำหรับใช้ไม่เกิน 1 เดือน แต่ระวัง ยาที่มีส่วนผสมของสารซูโดอีเฟดรีน (Pseudoephedrine) ซึ่งเป็นยาแก้คัดจมูกบางชนิด ถือเป็นสารต้องห้ามในญี่ปุ่น หากนำเข้าอาจถูกจับกุมได้!
Q2: ต้องการยาแก้ปวดประจำเดือน ควรซื้อตัวไหน?
A2: ยาแก้ปวดที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในหมู่สาวๆ ญี่ปุ่นคือ EVE A (กล่องสีขาว) หรือ EVE Quick สำหรับแก้ปวดหัวและปวดประจำเดือน (Seiritu)
Q3: ทำไมกล่องยาญี่ปุ่นถึงไม่มีภาษาอังกฤษเลย จะรู้ได้อย่างไรว่าคือกินอย่างไร?
A3: นี่คือความท้าทายหลักครับ! วิธีแก้คือใช้แอพ Google Translate ถ่ายรูปเพื่อแปล หรือมองหาตัวเลขที่เป็นปริมาณโดส เช่น '1回 2錠' (1 ครั้ง 2 เม็ด) และ '1日 3回' (วันละ 3 ครั้ง) หลังอาหาร (Shokugo)